หลี่เชียนหลับตาอยู่ เหมือนเป็นสิ่งที่ทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจและไม่รู้ตัวหลังจากที่ถูกรบกวนและสะลึมสะลือในขณะที่หลับสนิท
ราวกับในความฝันก็คิดว่าจะต้องกล่อมเจียงเซี่ยน
เจียงเซี่ยนจึงให้อภัยหลี่เชียนทันที
นางเม้มปากยิ้ม และขดตัวเข้าไปในอ้อมกอดของหลี่เชียน หาตำแหน่งที่สบาย ไม่นานก็เข้าสู่ดินแดนแห่งความฝัน
ตาซ้ายของหลี่เชียนค่อยๆ แง้มขึ้น
เห็นเจียงเซี่ยนหายใจยาวเหยียดและสม่ำเสมอในอ้อมแขน เขาก็กระชับแขน
เจียงเซี่ยนส่งเสียงเบาๆ เล็กน้อย และเข้าใกล้เขามากขึ้น
หลี่เชียนหัวเราะออกมาอย่างเงียบๆ
วันรุ่งขึ้น ตอนที่เจียงเซี่ยนตื่นมาก็พบว่าตนเองถูกหลี่เชียนกอดอยู่ในอ้อมแขนแน่นเหมือนหมอนอิงใบใหญ่
นางอดไม่ได้ที่จะกัดปาก และขยับอย่างแผ่วเบา คิดว่าจะมุดออกมาจากอ้อมแขนของหลี่เชียน
ใครจะรู้ว่าพอนางขยับ หลี่เชียนก็ตื่นทันที
เขาพึมพำอย่างยังไม่ตื่นดีว่า “เจ้าตื่นแล้วหรือ” แล้วก็ปล่อยนาง และพลิกตัวนอนหงายบนเตียง พาดแขนบังดวงตา เหมือนนอนไม่ค่อยหลับ และสมองยังไม่ปลอดโปร่ง
เจียงเซี่ยนเห็นแล้วก็รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก และเอ่ยว่า “อืม” อย่างขอไปที
หลี่เชียนเอ่ยว่า “ข้าจะนอนอีกครึ่งชั่วโมง เจ้าอย่า