หลี่เชียนเห็นนางเป็นเด็กที่พอไม่มีคนดูแลก็ไม่รู้ว่าจะแต่งตัวและกินอาหารอย่างไร
เจียงเซี่ยนที่เป็นไทเฮาผู้สำเร็จราชการแทนมาเจ็ดปีรู้สึกว่าแปลกใหม่และน่าสนใจมาก
นางหลบอยู่ในผ้าห่มพลางเม้มปากยิ้ม
ถูกหลี่เชียนที่หันตัวมาเห็นทันที
เจียงเซี่ยนดึงผ้าห่มลงมาใต้จมูก แววตาชุ่มชื้น ปกคลุมไปด้วยควันและเมฆหมอกอย่างแน่นหนา เหมือนม่านฝนในเดือนสามที่เจียงหนาน
หลี่เชียนรู้สึกอบอุ่นมาก
เขาลูบจมูกของเจียงเซี่ยนอย่างสนิทสนม และถามนางด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “จะนอนต่ออีกรอบหรือว่าจะลุกตอนนี้เลย?”
“ลุกตอนนี้เลย!” เจียงเซี่ยนย่นจมูก แล้วปัดมือของหลี่เชียนทิ้ง และเอ่ยว่า “ข้าไม่ชอบกินอาหารในรถม้า มันมีกลิ่น”
แต่หลี่เชียนกลับไม่ปล่อยนางไป เขายิ้มและบิดจมูกของนาง แล้วยิ้มพลางลุกขึ้นเรียกเซียงเอ๋อร์เข้ามาช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่จะนางโกรธ
เจียงเซี่ยนจึงจำเป็นต้องหยุด
ทว่าพอคิดอีกทีว่าเดี๋ยวจะได้เจอเจียงลวี่แล้วก็อารมณ์ดีขึ้นมาอีก
ทั้งสองคนแต่งตัวอยู่พักหนึ่ง รับประทานอาหารเช้าแล้ว ก็ลาหลี่ฉางชิงกับฮูหยินเหอ ไปยังคฤหาสน์ที่เจียงเซี่ยนยืมอาศัยออกเรือน
เจียงลวี่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จตั้งนานแล้วและรออยู่ที่ระเบียงทางเดินของห้องโถงใหญ่
เห็นเจียงเซี่ยนกับหลี่เชียนมาเคียงข้างกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“พี่ใหญ่! พี่รอง!” เจียงเซี่ยนคารวะเจียงลวี่กับเจียงหาน หลี่เชียนเรียกพี่ชายทั้งสองคนของภรรยาตามเจียงเ