ยรอยยิ้ม และสั่งให้จุ้ยเอ๋อร์ไปตักน้ำเสียงดัง
จุ้ยเอ๋อร์ขานรับและจากไป
หลี่เชียนก็นอนลงบนหมอนอิงใบใหญ่ของเตียงใหม่อย่างเกียจคร้าน และถามเจียงเซี่ยนว่า “หลังจากข้าไปแล้ว เจ้าได้กินอะไรหรือยัง? หิวไหม? ไม่ใช่ว่าทำให้เจ้าเหนื่อยแล้วก็จะพักผ่อนเร็วหน่อยหรือ? ทำไมยังไม่นอน พรุ่งนี้ญาติของทั้งสองฝ่ายจะต้องพบกันเป็นครั้งแรกแต่เช้า ญาติในครอบครัวไม่เยอะนัก แต่ตระกูลที่สนิทสนมกันมากจนเหมือนเป็นคนในครอบครัวนั้นมากันไม่น้อย ข้าว่าแบบนั้นถึงตอนเที่ยงก็คงจะไม่เสร็จ ข้ากลัวว่าเจ้านอนดึกแล้ว พรุ่งนี้จะอยู่ไม่ถึงตอนเที่ยง”
“ไม่เป็นไร สองวันนี้ข้านอนหลับอย่างเต็มที่” เจียงเซี่ยนพูดไปก็เหม่อลอยเล็กน้อย
ตอนนั้นตระกูลหลี่รับปากแล้วว่า หลังจากนางอายุครบสิบห้าปีเต็มค่อยเลือกวันเข้าหอ แล้วหลี่เชียนนอนลงบนเตียงใหม่ทำไมกัน? หรือว่าเขาคิดจะผิดสัญญาอย่างนั้นหรือ? หากเขาใช้อำนาจบาตรใหญ่จริงๆ ถึงเวลานั้นนางควรจะทำอย่างไร? อย่างไรก็ร้องตะโกนเสียงดังจนคนนอกพากันมาหัวเราะเยาะไม่ได้กระมัง? ทว่าหากไม่ส่งเสียงเอะอะโวยวาย ด้วยนิสัยของคนๆ นี้ อาจจะคิดว่านางกำลังจงใจปล่อยเขาไปก่อนและค่อยจับเขาก็ได้…
เจียงเซี่ยนรู้สึกร้อนใจเล็กน้อย
นางรู้สึกว่าตนเองวางแผนเรื่องนี้พลาดไปเล็กน้อย เพราะมักจะคิดว่าหลี่เชียนไม่เคยผิดคำพูดเรื่องที่เคยรับปากนางเลย แต่กลับลืมไปว่าชาติก่อนเวลาที่เขาแกล้งนางขึ้นมา ไม่ว่านางจะพูดอย่างไรก็ไม่เคยปล่