อยู่ด้วยกันก็ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องในมุ้งของสามีภรรยาเช่นกัน พวกเรานอนคุยกันก็ดีมากเหมือนกันนี่นา!”
ทำแบบนั้นได้หรือ?
เจียงเซี่ยนสงสัยมาก
ทว่าหลี่เชียนกลับลากนางขึ้นเตียงโดยไม่ยอมให้แก้ต่างหรืออธิบาย และย่อตัวลงถอดรองเท้าให้นาง แล้วเอ่ยว่า “เจ้าวางใจ เวลานี้เจ้าเป็นแขนของข้า เป็นมือเท้าของข้า ข้าทำร้ายเจ้าก็เหมือนทำร้ายตนเอง…เมื่อก่อนเจ้าเชื่อใจข้ามากไม่ใช่หรือ? ทำไมตอนนี้ป้องกันข้าเหมือนป้องกันโจร!”
เจียงเซี่ยนถูกเขาโกรธก็ยิ้มออกมา และเอ่ยว่า “ใครป้องกันเจ้าเหมือนป้องกันโจร? หากไม่ใช่เพราะเจ้าทำให้คนไม่วางใจ ข้าจะเป็นแบบนี้หรือ? ตอนที่เจ้าตำหนิข้า ต้องสำรวจตนเองก่อนว่ามีความผิดหรือไม่ อย่าเจออะไรก็ต่อว่าข้า ข้าไม่เป็นแพะรับบาปให้เจ้าหรอก!”
ก็จริง
เจียงเซี่ยนไม่มีทางเป็นแพะรับบาปให้เขาหรอก
แต่นางสามารถช่วยเขาแบกรับภาระในช่วงเวลาสำคัญแห่งความเป็นความตายของเขาได้
นี่เป็นความรักที่ลึกซึ้งมากกว่าการเป็นแพะรับบาปเสียอีก
“ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว!” หลี่เชียนเอื้อมมือไปจะช่วยนางถอดชุดแต่งงาน แต่ถูกเจียงเซี่ยนผลักออก และเรียกไป่เจี๋ยกับฉิงเค่อเข้ามาล้างเครื่องสำอาง
หลี่เชียนก็พิงหัวเตียงและมองนางล้างหน้าบ้วนปาก
ไป่เจี๋ยกับฉิงเค่ออยากพูดทว่าก็หยุดไว้
เจียงเซี่ยนทำเป็นมองไม่เห็น และสั่งฉิงเค่อว่า “คืนนี้ก็ให้ตงเยว่เฝ้ายามเถอะ!”
หน้าตาของฉิงเค่อฉายแววลำบากใจ นางมองหลี่เชียนครั้งหนึ่ง และเอ่ยว่า “