ดื่มชาอึกหนึ่ง และเอ่ยต่อว่า “ห้องหลักข้าทำตามที่แม่นมเมิ่งมอบหมายมาก่อนหน้านี้ ตกแต่งด้วยสิ่งของที่ท่านหญิงใช้ประจำ ห้องหนังสือ ห้องรับแขก และห้องโถงใหญ่ของเรือนด้านหน้าเป็นสถานที่ที่แม่ทัพหลี่ใช้ประจำ ก็ฝากให้เซี่ยหยวนซีผู้ช่วยที่อยู่ข้างกายแม่ทัพหลี่จัดแล้ว แต่ข้ายังคงทำตามคำสั่งของฮูหยินฝาง ส่งพวกของโบราณล้ำค่าไปให้เรือนด้านหน้าตั้งแสดง…”
ใช้เวลาหนึ่งก้านธูป ฮูหยินฉีถึงจะเอ่ยเรื่องราวทั้งหมดชัดเจน
เจียงลวี่ก็รินชาให้ฮูหยินฉีด้วยตนเอง “ลำบากท่านแล้ว! ท่านกินอาหารเย็นหรือยัง? จะให้ข้าสั่งให้ห้องครัวจัดอาหารเย็นที่นี่หรือไม่”
“พวกเจ้าไม่ต้องห่วงข้า” ฮูหยินฉีเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้ารับที่ตระกูลหลี่มาแล้ว” นางพูดไปก็หาวอย่างเหนื่อยล้า
เพราะจำเป็นต้องมาถึงไท่หยวนก่อนต้นยามอู่ เช้าวันนี้พวกเขาจึงตื่นและรีบออกเดินทางตั้งแต่ยามอิ๋น
เจียงลวี่รีบเอ่ยว่า “ท่านอา รีบกลับไปพักที่ห้องเถอะ! ดูแลสุขภาพด้วย”
พรุ่งนี้เจียงเซี่ยนขึ้นเกี้ยว ฮูหยินฉียังต้องส่งตัวเจ้าสาวแทนคนในครอบครัวของเจียงเซี่ยนอีก
ฮูหยินฉีเหนื่อยล้าจริงๆ จึงไม่เกรงใจ นางเอ่ยสองสามคำก็บอกลาพร้อมกับพี่น้องสกุลฉี
เจียงเซี่ยนก็เตือนเจียงลวี่ว่า “ท่านลุงใหญ่บอกแล้วว่า ท่านไม่ต้องแต่งงานเร็วขนาดนั้น ท่านก็อย่าได้พัวพันกับสตรีอย่างคลุมเครือเชียว แบบนี้จะทำร้ายคนที่สุด”
“ข้ายังต้องให้เจ้าบอกหรือ!” เจียงลวี่เอ่ย จะเห็นได้ว่าก็ไม่ใช่ว่าไม่