งทีอาจจะไม่ใช่ไม่คิดอะไรมาก แต่มีแผนการอยู่ในใจก่อนแล้ว?
สมกับเป็นผู้หญิงของตระกูลเจียงจริงๆ ไม่ว่าเจอเรื่องอะไรก็จะจัดการอย่างมั่นใจในตนเองมาก แทนที่จะบ่นและร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงนั้น
ทันใดนั้นฮูหยินฝางก็ไม่เสียใจแล้ว
ก็แค่แต่งงานไม่ใช่หรือ?
ยังกลัวว่าตระกูลหลี่จะปฏิบัติกับนางไม่ดีอีกอย่างนั้นหรือ?
หากตระกูลหลี่กล้าปฏิบัติกับนางไม่ดี ก็กลับมาก็ได้ ในเมืองหลวงก็ไม่ใช่ว่าไม่มีลูกสาวที่แต่งงานแล้วถูกสามีทอดทิ้งจึงกลับไปบ้านของตนเองตลอดไปเสียหน่อย!
แม้จะมีลูก ตระกูลเจียงก็สามารถเลี้ยงไปพร้อมกันได้เช่นกัน ไม่แน่อาจจะมีอนาคตมากกว่าติดตามตระกูลหลี่ก็ได้
พอคิดแบบนี้ ฮูหยินฝางก็รู้สึกว่าเจียงเซี่ยนแต่งงานก็ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้าอะไรแล้ว
นางล้างหน้า หวีผม และแต่งตัวใหม่ ตอนที่ออกมาจากห้องด้านใน สีหน้าไม่มีความกังวลและความไม่สบายใจอย่างก่อนหน้านี้อีกแล้ว
เจียงเซี่ยนทำจิตใจให้สงบ และถอนหายใจยาวเหยียด
เวลานี้ในชาติก่อน ความสัมพันธ์ของนางกับตระกูลเจียงเย็นชาและห่างเหิน จนกระทั่งนางเป็นไทเฮาและต้องการการสนับสนุนจากตระกูลเจียง ตระกูลเจียงกลัวว่านางจะเสียเปรียบ ถึงจะค่อยๆ สนิทสนมกัน
ตอนนี้คิดดูแล้วนางก็รู้สึกเสียใจ
ดังนั้นนางจึงกลัวมากว่าจะทำให้ท่านลุง ท่านป้าสะใภ้ แล้วก็พวกพี่ชายอย่างเจียงลวี่เสียใจ
นางคล้องแขนของฮูหยินฝาง และหัวเราะเบาๆ พลางเอ่ยว่า “ข้าออกเรือนแล้ว ท่านป้าโล่งใจหรือไม่ ต่อไปก็จ