ั้นยังไม่มารับตัวเจ้าสาวนางก็ร้องไห้ออกมาก่อนแล้ว นี่มันเรื่องอะไรกัน!
ฮูหยินฝางรีบเบือนหน้าไปทางอื่น และแอบเช็ดหางตา
ทว่าวันนี้นางก็แต่งหน้าเช่นกัน ถึงอย่างไรน้ำตาก็ยังทำให้เครื่องสำอางของนางเปียก
แม่นมอวี๋ดึงแขนเสื้อของฮูหยินฝางเบาๆ และเตือนนางอย่างเยือกเย็นว่า “ฮูหยินก็ไปแต่งตัวเถอะเจ้าค่ะ! อีกไม่นานเกี้ยวของลูกเขยก็จะเข้าจวนแล้ว”
เดี๋ยวนางยังต้องบอกลาเจียงเซี่ยนแทนบิดามารดาของเจียงเซี่ยนอีก
มีเสียงประทัดกับเสียงตีฆ้องดังมาจากข้างนอกแว่วๆ จริงๆ
เจียงเซี่ยนจะแต่งงานไปแล้วหรือ?
ฮูหยินฝางนั่งอึ้งอยู่ตรงนั้น เรี่ยวแรงทั้งร่างเหมือนถูกสูบออกไปหมด จนไม่มีแรงลุกขึ้นยืนด้วยซ้ำ
แม่นมอวี๋รีบเข้าไปพยุงฮูหยินฝาง
ทว่าจู่ๆ เจียงเซี่ยนที่นั่งอยู่บนเตียงกลับยื่นมือออกมาจับมือของฮูหยินฝางที่จับผ้าเช็ดหน้าเอาไว้แน่น และยิ้มพลางเอ่ยกับฮูหยินฝางว่า “ท่านป้า ท่านกับท่านลุงใหญ่วางใจเถอะ ข้าจะใช้ชีวิตกับหลี่เชียนอย่างดี ต่อให้ทะเลาะกัน ก็จะไม่หนีกลับไปบ้านของตนเองง่ายๆ แต่จะไล่เขาออกไปอย่างแน่นอน…”
สายตาของนางใสแจ๋วและโปร่งใส เปล่งประกายความสุขจนปิดไม่มิด สีหน้าแลดูจริงจังและจริงใจ
ฮูหยินฝางอึ้งไป แล้วก็ยิ้มออกมา และเอ่ยว่า “เจ้าเด็กคนนี้ ใครเขาพูดถึงสามีของตนเองแบบนี้กัน!” พลางนึกถึงที่ตนเองกังวลแทนนางมาก ทว่านางกลับดูเหมือนไม่คิดอะไรมากและไม่กังวล…พอคิดถึงตรงนี้ จู่ๆ นางก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ บา