เรื่องนี้แม้แต่เติ้งเฉิงลู่ที่อยู่ในเมืองหลวงก็ไม่เคยได้ยินเช่นกัน
เขาอดที่จะเอ่ยอย่างอยากรู้ไม่ได้ว่า “ทำไมต้องทะเลาะ? ยังมีกรมพิธีการไม่ใช่หรือ? ตรวจดูตัวอย่างในอดีตแต่ก่อนก็ได้แล้ว ตอนที่ฮ่องเต้เสี่ยนจงอภิเษกสมรสก็ครองราชย์อยู่เช่นกัน ฝ่าบาทองค์ปัจจุบันทำตามธรรมเนียมตอนเสี่ยนจงก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ?”
เฉาเซวียนยิ้มเยาะ และเอ่ยว่า “หากเรื่องราวง่ายขนาดนั้นได้ก็ดีน่ะสิ วังจี่เต้าคิดว่า…ฝ่าบาทเพิ่งจะว่าราชการด้วยพระองค์เองได้ไม่นาน ยังไม่เจอเรื่องอะไรที่น่าฉลองอย่างไร้ซึ่งความกังวล งานอภิเษกสมรสของฝ่าบาทก็ควรจะจัดอย่างไร้ซึ่งความกังวลและประกาศไปทั่วหล้าถึงจะถูก ดังนั้นมาตรฐานของพิธีอภิเษกสมรสจึงควรจะสูงกว่าฮ่องเต้เสี่ยนจง แต่สยงจวิ้นหรงกลับคิดว่าตอนที่ไทเฮารับผิดชอบก็ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายอย่างไร้ขีดจำกัด จนท้องพระคลังว่างเปล่า ทุกสาขาอาชีพต่างก็เงียบเหงา งานอภิเษกสมรสของฝ่าบาทควรจะประกาศไปทั่วหล้า ทว่าไม่ควรจัดอย่างเอิกเกริก ทำตามตอนฮ่องเต้เสี่ยนจงก็พอแล้ว ฝ่าบาทน่าจะเอนเอียงไปทางความคิดของวังจี่เต้า จึงเรียกวังจี่เต้าเข้าวังมาปรึกษาหารือร่วมกันหลายครั้ง วังจี่เต้าคิดว่าตนเองมีเหตุผล จึงยุยงให้ผู้ตรวจการยื่นหนังสือขอให้ฝ่าบาทจัดงานอภิเษกสมรสอย่างยิ่งใหญ่ หลังจากสยงจวิ้นหรงรู้ก็โกรธมาก จึงเขียนฎีกามากมาย ขอให้ฝ่าบาทไตร่ตรองให้ดีก่อนทำ แล้วให้เหล่าลูกศิษย์ของตนเองด่าว่าวังจี่เต้าไม่สนใจแค