ู่ของชาวบ้าน ทว่าจิ้นจงกับโซ่วหยางกลับเป็นสถานที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน ใช้ชีวิตกันอย่างไร ก็ชัดเจนที่สุดแล้ว
เจตนาของหลี่เชียนนั้นไม่ต้องบอกก็เข้าใจได้
เฉาเซวียนประหลาดใจ
ในความทรงจำของเขา หลี่เชียนทะเยอทะยานมาก และคิดแต่จะปีนขึ้นไป คนแบบนี้จะห่วงใยประชาชนทั่วไปด้วยหรือ?
หลี่เชียนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เฉิงเอินกงยังเป็นพระญาติด้วย! ขาดค่าใช้จ่ายของใครไปก็ขาดค่าใช้จ่ายของท่านไปไม่ได้นี่นา!”
ความนัยที่แฝงในนั้นคือ เขาควรจะเป็นคนที่ไม่สนใจสถานการณ์ในปัจจุบันมากกว่า
เฉาเซวียนได้ยินแล้วก็พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาเงียบไปชั่วครู่เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะออกมา และเอ่ยว่า “จะตัดสินคนๆ หนึ่งจากแค่รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้ สามีของท่านหญิง ตอนนี้ข้าถือว่าเปิดหูเปิดตาแล้ว!”
หลี่เชียนยิ้ม ฟันที่ขาวราวกับหิมะทอประกายความแวววาวอย่างสุขภาพดีภายใต้แสงแดด “ตอนนี้ข้ายังไม่ใช่สามีของท่านหญิง เฉิงเอินกงเรียกว่าแม่ทัพก็พอแล้ว”
แม้เขาจะได้รับราชโองการพระราชทานงานสมรส ทว่ากลับไม่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์
เฉาเซวียนหัวเราะ
เขานึกถึงใบหน้าที่เหมือนกินแมลงวันกับยุงเข้าไปตอนที่จ้าวอี้เรียกเขาเข้าเฝ้าหลังจากเขากลับเมืองหลวง แล้วก็รู้สึกว่าหลี่เชียนเป็นคนที่มีความสามารถโดดเด่นอีกครั้ง
เขาเอ่ยว่า “ขอบคุณสำหรับการดูแล” แล้วก็โยนอาหารปลาในมือ และหันตัวไปที่ศาลาของเวที
หลี่เชียนไม่ได้ไป แต่รับ