เป็นญาติเหมือนกัน ในความเคารพที่หลี่เชียนมีต่อเจียงลวี่แฝงความผ่อนคลาย เอาไว้เล็กน้อย แต่กับหวังจ้านกลับแอบแฝงความจริงจังเอาไว้อย่างเบาบาง เหมือนหวังจ้านเป็นคนที่โดดเด่น จนต้องให้เขาสนใจเป็นพิเศษ ทว่าในมุมมองของเฉาเซวียน หวังจ้านสุขุม ซื่อสัตย์ และจริงใจ เข้ากับคนง่ายมากกว่าเจียงลวี่ แล้วทำไมท่าทีที่ปฏิบัติต่อทั้งสองคนกลับตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง…
น่าสนใจ น่าสนใจ!
เขายิ้มพลางเดินไปหา
หลี่เชียนกำลังคุยเรื่องการรับตัวเจ้าสาวกับหวังจ้าน “…ข้าไม่ได้หวังว่าแม่ทัพกับทหารของฐานที่มั่นเหล่านั้นจะขัดขวางใครไว้ได้ พวกเขาช่วยข่มขู่พวกคนที่มีเจตนาไม่ดีได้ก็พอแล้ว ส่วนพวกคนที่กล้าลงมือปล้นนั้น ก็ต้องอาศัยเหล่าองครักษ์ที่อยู่ข้างกายข้าแล้ว พวกเขาก็เป็นคนที่ผ่านความเป็นความตายมาเช่นกัน เมื่อลงสนามรบ จะไม่มีใครเป็นคนขี้ขลาด เจ้าวางใจเถอะ!”
หวังจ้านพยักหน้า และก้มหน้าดื่มชาอึกหนึ่ง ทว่าความโศกเศร้ากลับฉายวาบผ่านไปในดวงตาอย่างเบาบาง
เจียงลวี่แอบถอนหายใจตลอด
เรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว สิ่งที่เขาสามารถช่วยหวังจ้านได้ก็คือหลังจากนี้ทำให้หวังจ้านเดินในเส้นทางของการเป็นขุนนางอย่างราบรื่นหน่อย
เขาเปลี่ยนเรื่อง โดยถามเฉาเซวียนว่า “พิธีอภิเษกสมรสของฝ่าบาทเตรียมการไปถึงไหนแล้ว? สำนักหอดูดาวหลวงกำหนดวันหรือยัง?” แล้วก็เอ่ยอีกว่า “ตระกูลหานน่าจะคิดไม่ถึงว่าท่านหญิงชิงอี๋จะแต่งงานกับฝ่าบาท หลายวันนี้คนทั้งตระก