ตระกูลไปถึงไหนแล้ว?”
สีหน้าของจินเฉิงฉายแววละอายใจ “ยังไม่เก่งเท่าน้องสามกับน้องสี่ขอรับ”
จินเซียวเอ่ยว่า “ข้ามีงานอยู่งานหนึ่ง หากฝีมือดาบของเจ้าพอใช้ได้ ก็ตามไปเรียนรู้ว่าคนอื่นทำงานอย่างไร หากฝีมือดาบของเจ้าใช้ไม่ได้ ข้าจะเชิญเสมียนมาสอนเจ้าให้คิดบัญชี แล้วเจ้าก็ไปช่วยดูแลบัญชีแล้วกัน”
จินเฉิงกับจินย่วนสีหน้าเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก
ทายาทที่ไม่แยกบ้าน ตามหลักแล้วไม่อนุญาตให้ซื้อบ้านส่วนตัว
จินเซียวพูดจาอย่างมีลับลมคมในเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเตรียมจะซื้อเรือนส่วนตัว และให้จินเฉิงไปช่วยจัดการ
ทว่าปัญหาคือ จินเซียวเป็นคนที่วางตัวอยู่ในกรอบที่สุด แล้วทำไมจู่ๆ ถึงได้คิดที่จะซื้อเรือนส่วนตัว?
จินเซียวเห็นท่าทางของน้องชายกับน้องสาวของตนเองก็อดที่จะยิ้มอย่างเจ็บปวดรวดร้าวไม่ได้ แล้วพาน้องชายกับน้องสาวไปที่ห้องพักผ่อนข้างๆ เขาไปปิดลูกกรงหน้าต่างของห้องพักผ่อนด้วยตนเอง และเอ่ยเสียงเบาว่า “ที่นี่ไม่มีคนอื่น ข้าจะบอกพวกเจ้าตรงๆ แล้วกัน พวกเราไม่อาจหวังว่าท่านพ่อจะออกหน้าให้พวกเราได้อีกแล้ว พวกเราต้องการอะไร ก็ต้องคิดหาทางไปเอามาเอง ครั้งนี้ข้าไปเมืองหลวง จึงสำรวจลู่ทาง แม้จะอันตรายและน่ากลัว แต่หากทำได้ดี ต่อไปเรื่องแต่งงานของอาเฉิงก็ไม่จำเป็นต้องฟังท่านพ่อแล้ว เรื่องนี้ที่ตระกูลจินมีแค่พวกเราสามคนที่รู้ พวกเจ้าห้ามพูดออกไปเด็ดขาด” และย้ำอีกครั้งว่า “ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ห้ามพูดออกไปทั้งนั้น เข้าใจ