ข้าเข้าใจตั้งนานแล้ว และก็เริ่มพยายามทำแล้วเช่นกัน แต่เขารู้อยู่แก่ใจกลับไม่กล้าเริ่ม ดังนั้นข้าจึงกล้าเลือกภรรยาเอง ส่วนเขาก็ทำได้เพียงฟังคนในตระกูลจัดการ”
หลี่เชียนจะบอกว่านางเป็นคนที่เขาเลือกหรือ?
แม้แต่หูของเจียงเซี่ยนก็แดงแล้ว นางไม่กล้าคุยเรื่องนี้กับหลี่เชียนต่อ จึงถามถึงคุณหนูจิน “นางรู้หรือไม่? อย่าให้พวกเรากระตือรือร้นมากอยู่ฝ่ายเดียวแต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจไยดี หากคุณหนูจินมีคนรักอยู่ก่อนแล้วนั่นก็ยุ่งยากแล้ว”
“เมื่อคืนจินเซียวไปหาน้องสาวเขาอย่างดีใจ” หลี่เชียนพูดไป รอยยิ้มก็ค่อยๆ หายไปจากบนหน้า และเอ่ยอย่างจริงจังว่า “เป่าหนิง ข้ามาก็เพราะอยากปรึกษาเรื่องนี้กับเจ้า”
เจียงเซี่ยนเห็นเขาสีหน้าจริงจังและระมัดระวัง ก็รู้ว่าเรื่องที่เขาจะพูดสำคัญมาก จึงเรียกฉิงเค่อมา และให้นางเฝ้าอยู่นอกโถงบุปผา “ข้ากับลูกเขยมีเรื่องจะคุยกัน ห้ามใครบุกเข้ามาโดยไม่แจ้ง”
ฉิงเค่อปรายตามองหลี่เชียนครั้งหนึ่ง และเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า “ท่านหญิง ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ ต่อให้เป็นฮูหยินกับคุณชายใหญ่ พวกเราก็จะขวางเอาไว้เช่นกันเจ้าค่ะ”
ตอนถอยออกไป ยังปิดประตูของโถงบุปผาอย่างรอบคอบด้วย
เจียงเซี่ยนเบิกตาโต
อย่างไรก็รู้สึกว่าฉิงเค่อเหมือนเข้าใจอะไรผิดไป…
ทว่าหลี่เชียนกลับรู้สึกมีความสุข
เขารู้สึกว่าคนรับใช้ข้างกายเจียงเซี่ยนต่างสายตาเฉียบแหลมมาก แค่เรื่องนี้ พวกสาวใช้ของตระกูลหลี่ก็แตกต่างกันเป็นอย่างมาก แล้วยังแม่