ังใหญ่ตรงข้ามเจียงเซี่ยน นางใช้ช้อนคนข้าวต้ม พลางเอ่ยว่า “หลังจากเจ้าพบใต้เท้าหลี่ก็จิตใจเหม่อลอย เขาพูดอะไรกับเจ้าหรือเปล่า? ก่อนหน้านี้อยู่ต่อหน้าแม่นมเมิ่งกับคุณหนูฉีทั้งสอง ข้าถามไม่ได้ ตอนนี้มีแค่พวกเราสองคนแล้ว เจ้ามีเรื่องอะไรที่บอกข้าไม่ได้หรือ?”
เขาชมว่านางสวย…
เจียงเซี่ยนคิดอยู่ในใจ ทว่าปากกลับเอ่ยว่า “ไม่มีอะไรจริงๆ! พวกเราเจอกัน ข้าฝากฝังเรื่องของคุณหนูจินกับเขา แล้วก็คุยกันสองสามคำ ก็ต่างคนต่างกลับมา”
ไป๋ซู่มองนางอย่างสงสัย “เช่นนั้นทำไมเจ้า…”
เดิมทีเจียงเซี่ยนชอบแบ่งปันทุกเรื่องกับไป๋ซู่ ชาติก่อนแม้แต่เรื่องที่ไม่เคยเข้าหออุ่นเตียงกับจ้าวอี้ นางก็บอกไป๋ซู่หมด ทว่าตอนนี้ไม่รู้ทำไม นางไม่อยากบอกสิ่งที่หลี่เชียนเคยพูดกับใครทั้งนั้น แม้ว่าคนๆ นั้นจะเป็นไป๋ซู่ก็ตาม
นางเอ่ยว่า “โธ่เอ๋ย” และเอ่ยว่า “ข้าไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ! พวกเจ้าคอยจับตาดูข้าอยู่ตลอด ข้าดื่มน้ำน้อยไปครึ่งถ้วย พวกเจ้าก็คิดว่าข้าป่วยแล้ว สุดท้ายทุกครั้งที่เชิญหมอหลวงเถียนมาก็เพียงแค่ตรวจชีพจรปกติเท่านั้น ข้าไม่เป็นไรจริงๆ!”
ต้องเป็นเพราะหลี่เชียนนั่นพูดอะไรแน่ๆ
แต่ไป๋ซู่ไม่อาจถามได้อีกแล้ว
ถึงเจียงเซี่ยนจะเป็นน้องสาวของนาง บางครั้งก็ไม่สามารถควบคุมทุกจุดและก้าวก่ายทุกเรื่องได้เช่นกัน ไม่อย่างนั้นไม่ว่าใครก็จะรู้สึกเบื่อหน่าย
ในเมื่อนางเป็นห่วงเจียงเซี่ยน ต่อไปก็อยู่เป็นเพื่อนเจียงเซี่ยนบ่อยๆ ก็ได้
มีอะไรย่อมห