นีไม่พ้นดวงตาของนางอย่างแน่นอน
ไป๋ซู่เปลี่ยนเรื่อง โดยเอ่ยว่า “เช่นนั้นเจ้าก็รีบกินข้าวต้มเถอะ เมื่อเช้าตอนที่เจ้าออกไปข้างนอกกินขนมข้าวไปแค่สองสามชิ้น เจ้าไม่หิวหรือ?”
“ไม่หิว!” เจียงเซี่ยนเอ่ย ทว่าพอกินข้าวต้มลูกเดือยปลิงทะเลน้ำแกงไก่ลงไปคำหนึ่ง ความอยากอาหารกลับถูกกระตุ้นขึ้นมา นางกินติดกันสองถ้วย แถมยังกินขนมมันเทศไส้พุทรากวนอีกสี่ห้าชิ้น จนถูกไป๋ซู่ห้าม ถึงจะวางถ้วย
“ยังบอกว่าไม่หิวอีก!” ไป๋ซู่ยิ้มอย่างโกรธเล็กน้อย และรับผ้าร้อนที่เซียงเอ๋อร์ยื่นให้มาเช็ดมือให้เจียงเซี่ยน
แสงแดดของเดือนห้าช่วงกลางวันส่องเข้ามาผ่านม่านไม้ไผ่ และตกลงบนมือของไป๋ซู่สะท้อนปะปนกันหลายสี ขาวผ่องและสะอาดจนเหมือนหยกมันแพะไร้ตำหนิชั้นดี
ความคิดหนึ่งกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในใจเจียงเซี่ยน สุดท้ายนางก็ไม่อาจยับยั้งไว้ได้อยู่ดี
นางพับแขนเสื้อขึ้นและยื่นแขนที่ผิวเรียบเนียนไปตรงหน้าไป๋ซู่ แล้วเอ่ยว่า “จ่างจู เจ้าก็ถกแขนเสื้อขึ้นด้วย ดูสิว่าพวกเราใครขาวกว่ากัน?”
ไป๋ซู่มองเจียงเซี่ยนด้วยสายตาว่า ‘เจ้าบ้าไปแล้ว’
เจียงเซี่ยนแก้มแดงเล็กน้อย และขยับตัวอย่างอึดอัด ทว่าก็ยืนหยัดที่จะเทียบกับไป๋ซู่ว่าใครขาวกว่ากัน
ไป๋ซู่ไม่มีทางเลือก จึงถกแขนเสื้อและยื่นแขนออกไปวางคู่กับเจียงเซี่ยน
ทั้งสองคนต่างขาวมาก แต่แขนของเจียงเซี่ยนกลับคล้ายจะสว่างกว่าไป๋ซู่หลายขุม ไม่เทียบก็ไม่รู้ พอเทียบกันแล้ว ไป๋ซู่ก็ดูเหมือนจะด้อยกว่า
เจียงเซี่ย