ว”
เวลานี้หลี่เชียนเป็นลูกเขยของตระกูลเจียงแล้ว ฮูหยินฝางจะให้เขารออยู่ข้างนอกได้อย่างไร ทว่าชายหญิงแตกต่างกัน นางก็ไม่อาจให้หลี่เชียนอยู่ดูนางกินอาหารเช้าได้ จึงจำเป็นต้องให้คนเอาอาหารเช้าออกไปก่อนชั่วคราว “ไว้ข้าเจอลูกเขยแล้วค่อยกินอาหารเช้าก็ไม่สายเช่นกัน” นางยังกลัวว่าหลี่เชียนเห็นแล้วจะไม่สบายใจ จึงให้คนยกอาหารเช้าออกไปไว้ที่เรือนด้านหลัง
แม่นมอวี๋ยิ้มพลางขานรับ และพาเหล่าสาวใช้ทยอยเดินออกไป
ฮูหยินฝางไปพบหลี่เชียนที่ห้องโถงข้าง
หลี่เชียนเอ่ยว่า “ฮูหยินยังมีอะไรจะสั่งสำหรับเรื่องแต่งงานหรือขอรับ?”
สินสอดนั้นเขาไปรับกลางทางแล้ว ต่อมาก็เจอเรื่องราวอีกมากมาย หลี่ฉางชิงพอใจกับที่เขาได้แต่งงานกับท่านหญิงเจียหนานเป็นอย่างมาก เรื่องพิธีแต่งงานจึงแทบจะยกกำลังทั้งตระกูล พยายามทำให้งดงามและหรูหราอย่างสุดความสามารถ ทำให้ตระกูลเจียงกับเจียงเซี่ยนพอใจ ดังนั้นหลี่เชียนจึงไม่คิดอะไรมากเช่นกัน จนไม่ได้ดูแม้แต่รายการสินสอดด้วยซ้ำ พอถึงวันที่ส่งสินสอดเขาถึงรู้ว่าบิดาของเขาเพิ่มเครื่องประดับที่เดิมทีตั้งไว้ที่ ‘ทองห้าร้อยตำลึง เงินสองร้อยตำลึง’ เป็น ‘ทองสองพันตำลึง เงินห้าร้อยตำลึง’ โดยไม่ปรึกษา…ทำจนเห็นแต่แสงสีทองเจิดจ้า ทว่ากลับไม่ค่อยมีอัญมณีนัก…เขียนอยู่บนหน้าอย่างเปล่งแสงระยิบระยับว่า ‘ข้ารวยมาก ข้าคือคนที่รวยชั่วข้ามคืน’
หลี่เชียนไม่รังเกียจวิธีทำของบิดา แต่กังวลเล็กน้อยว่าตระกูลเจียงจะรู้ส