ไม่เพียงแต่เงินทองที่แวววาวเหล่านั้น แม้แต่ขนมมงคลก็ตั้งใจทำอย่างพิถีพิถันเช่นกัน
กล่องกระดาษปิดทองสีแดงเข้ม บนลายมังกรกับหงส์พิมพ์ลายมงคลว่า ‘บุปผางามพระจันทร์เต็มดวง[1]’ ใช้เชือกผ้าไหมผูก โดยผูกเป็นเงื่อนสมปรารถนา ประณีตจนดูเหมือนกล่องใส่เครื่องประดับ
ฮูหยินฉีเห็นแล้วก็เอ่ยกับแม่นมที่ติดตามอยู่ข้างกายว่า “ข้าเพิ่งเคยเห็นขนมมงคลที่พิถีพิถันเช่นนี้เป็นครั้งแรก ตระกูลหลี่จะต้องลงแรงไปมากอย่างแน่นอน”
ขนมมงคลนี้เป็นสิ่งที่ครอบครัวสามีนำมามอบให้ครอบครัวภรรยาใช้เลี้ยงแขก และเป็นหน้าตาของครอบครัวสามี
แม่นมคนนั้นพยักหน้าไม่หยุด
ฮูหยินฉีหยิบชิ้นหนึ่งไปให้ฮูหยินฝางดู
ฮูหยินฝางพอใจมาก และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าก็เพิ่งเคยเห็นการใช้กล่องกระดาษใส่ขนมมงคลเป็นครั้งแรกเหมือนกัน และกล่องกระดาษนี้ก็แข็งแรงมาก กินขนมมงคลหมดแล้ว กล่องกระดาษนี้ยังสามารถใส่ของอื่นได้อีก ต่อไปอาลวี่ของพวกเราแต่งงาน ข้าใช้กล่องกระดาษใส่ขนมมงคลแบบนี้บ้างดีกว่า สวยกว่าใช้กระดาษหนังวัวห่อ ติดตัวอักษรคำว่า ‘มงคล’ สีแดง และใช้เชือกป่านผูกมากเลย”
ก็มีแต่ตระกูลอย่างตระกูลเจียงกับตระกูลหลี่เท่านั้นที่จะมีเงินทองทำแบบนี้
ฮูหยินฉีคิดอยู่ในใจ พลางยื่นรายการสินสอดที่ตระกูลหลี่ส่งมาให้ฮูหยินฝาง และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ตระกูลหลี่ยังทำเครื่องประดับทองหนึ่งพันตำลึง กับเงินห้าร้อยตำลึงให้ท่านหญิงด้วย”
ฮูหยินฝางประหลาดใจเล็กน้อย
หากเอ่ยถึงเ