จเอ่ยเรื่องนี้โดยตรงได้ จึงเอ่ยอย่างอ้อมค้อมว่า “สามีภรรยาต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดเวลาถึงจะรักกันมากขึ้นเรื่อยๆ และมีลูกหลานมากมายได้ ไทฮองไทเฮาตรัสแล้วว่า ชีวิตนี้นางไม่ขออะไรอีกแล้ว หวังเพียงว่าเจ้าแต่งงานแล้วจะรักใคร่ปรองดองกันกับสามี”
แต่จะให้นางแต่งงานแบบนี้ก็ไม่ได้เหมือนกันนี่นา?!
วันนั้นนางรีบไปแบบนั้น ก็คิดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าตนเองจะไปแล้วไม่กลับมา นางยังไม่ได้บอกลาไทฮองไทเฮาดีๆ ฤดูใบไม้ร่วงปีหน้าไทฮองไทเฮาอาจจะสิ้นพระชนม์ หากตอนนั้นนางไม่ได้ดูแลอยู่ข้างกายไทฮองไทเฮา ก็จะไม่ได้เห็นท่านยายที่รักนางมากอีกต่อไปแล้วไม่ใช่หรือ? นางจะไปโดยไม่สนใจ และทิ้งเรื่องวุ่นวายทั้งหมดให้ไทฮองไทเฮาได้อย่างไร?
“ไม่ได้! ไม่ได้!” น้ำตาของเจียงเซี่ยนใกล้จะร่วงลงมาแล้ว “อย่างไรข้าก็ต้องกลับเมืองหลวงไปบอกลาไทฮองไทเฮาสักครั้ง…”
“เด็กโง่!” ฮูหยินฝางได้ยินก็ตวาดนางเสียงเบา และเอ่ยว่า “ช่วงนี้ลุงของเจ้ามักจะชมว่าเจ้าฉลาด แล้วทำไมเจ้าถึงโง่ในช่วงเวลาสำคัญ! หากเจ้าเป็นท่านหญิง หลี่เชียนยังสามารถนำทัพทำสงคราม และแสวงหาความสูงต่ำในราชสำนักได้ แต่หากเขากลายเป็นราชบุตรเขย ก็ห้ามข้องเกี่ยวกับราชสำนักแล้ว! เจ้าลองคิดดูว่า เกียรติยศอันจอมปลอมขององค์หญิงหรือสามีที่ปกป้องเจ้าได้สำคัญมากกว่ากัน? ฝ่าบาททำเช่นนี้ ก็คงคิดจะตัดผู้ช่วยที่มีความสามารถของเฉาไทเฮาเช่นกัน พอข่าวแพร่งพรายออกไป เฉาไทเฮาจะต้องคัดค้านอย่างแน่น