ไทฮองไทเฮาเห็นหวังจ้านที่ผอมจนเห็นกระดูกและหน้าตาเซื่องซึมแล้วก็ปวดใจมาก นางรั้งหวังจ้านเอาไว้โดยไม่รอให้หวังจ้านคุกเข่าลงไปคำนับนาง และเอ่ยทันทีด้วยขอบตาแดงเล็กน้อยว่า “เจ้านี่ แค่ตามอาลวี่ออกไปข้างนอก ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้? คนที่อยู่ข้างกายไม่ได้ดูแลเจ้าให้ดีใช่หรือไม่…”
“เปล่าพ่ะย่ะค่ะ เปล่าพ่ะย่ะค่ะ” หวังจ้านรีบเอ่ย เขายังจำได้ว่าตอนห้าขวบที่เข้าวังมาคารวะไทฮองไทเฮา เขาหกล้มในลานกว้าง คนรับใช้ข้างกายต่างก็ถูกไทฮองไทเฮาโบยอย่างหนักห้าไม้ “ครั้งนี้กระหม่อมรีบเดินทาง จึงไม่ได้พาผู้ติดตามกับเด็กรับใช้ข้างกายไปแม้แต่คนเดียวพ่ะย่ะค่ะ”
“ต่อไปห้ามทำแบบนี้แล้วนะ!” หลังจากไทฮองไทเฮาโกรธ ก็รีบสั่งให้ชงชาโสมเข้ามาให้หวังจ้าน และจูงหวังจ้านไปนั่งคุยกันบนเตียงอุ่นหลังใหญ่ใกล้หน้าต่าง “เจ้าได้พบเป่าหนิงหรือไม่? นางถูกรังแกหรือเปล่า? หลี่เชียน…ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง? เจ้ากลับมาคนเดียวหรือว่ากลับมาพร้อมอาลวี่? แล้วตอนนี้เป่าหนิงอยู่ที่ใด?”
ไทฮองไทเฮาเอ่ยอย่างต่อเนื่อง สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
หวังจ้านเห็นแล้วก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมาเล็กน้อยทันที
ทำไมเป่าหนิงต้องแต่งงานกับหลี่เชียน?
ฆ่าหลี่เชียนไม่ได้หรือ?
ที่บอกว่าชอบหลี่เชียนนั่น เขาไม่เชื่อเด็ดขาด
เป่าหนิงอยู่ในห้องทั้งวันและไม่ชอบเดินไปไหนมาไหนด้วยซ้ำ ส่วนหลี่เชียนเพิ่งเข้าเมืองหลวงหลังจากเทศกาลฉงหยางปีที่แล้ว ตอนหลังเกิดเรื่องของเฉาไทเฮาขึ้นก็ถ