ฝูเซิงหัวเราะแห้งๆ และดับไฟเข้านอน
ไม่นานในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสงบ
ทว่าตื่นมาเช้าวันรุ่งขึ้น เจียงลวี่ก็ไม่ได้รีบร้อนออกเดินทาง แต่ถามถึงหลี่เชียนว่า “เขากลับมาแล้วหรือ?”
ฝูเซิงเรียกเด็กรับใช้ไปถาม เด็กรับใช้กลับมาบอกว่าหลี่เชียนยังไม่กลับมา
เจียงลวี่รู้สึกว้าวุ่นใจเล็กน้อย จึงบ่นว่า “ระหว่างทางนี้หาอะไรไม่ได้สักอย่าง อยู่ต่ออีกวันก็คงทนไม่ไหว ควรรีบออกเดินทางไปต้าถง แต่กลับบอกว่าจะไปเชิญพระหมอยาที่ภูเขาอู่ไถ…ช่างเถอะ พวกเราก็อย่ารอเลย กินอาหารเที่ยงแล้วก็ออกเดินทาง ทิ้งคนไว้บอกเขาที่นี่สักคนก็พอแล้ว”
ในเมื่อตัดสินใจไม่รอแล้ว ทำไมยังจะออกเดินทางหลังจากกินอาหารเที่ยงอีก?
ฝูเซิงพึมพำอยู่ในใจ ทว่าสีหน้ากลับไม่เผยความผิดปกติออกมาแม้แต่นิดเดียว เขาขานรับอย่างนอบน้อม และถอยออกไป
เจียงลวี่ไปเยี่ยมเจียงเซี่ยน
ดวงตาของเจียงเซี่ยนยังไม่หายบวม แต่ดีขึ้นกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด
นางกำลังนั่งดูตาของตนเองอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง พอเห็นเจียงลวี่เข้ามา จึงหันมาถามเจียงลวี่ว่า “เกิดอะไรขึ้นหรือ? ทำไมถึงหยุดพักที่จุดแวะพักระหว่างทาง?”
เจียงลวี่ยังไม่ได้ตอบ จู่ๆ หลิวตงเยว่ก็เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน และเอ่ยว่า “คุณชายใหญ่ ท่านหญิง แม่ทัพต้าถงกับฮูหยินมาเยี่ยมขอรับ!”
“แม่ทัพต้าถง?!” เจียงเซี่ยนตกใจ “ฉีเซิ่ง!”
หลิวตงเยว่พยักหน้า เขายังอยากพูดอะไรอีก เจียงลวี่ก็เขกศีรษะเจียงเซี่ยนทีหนึ่งแล้วตวาดด่าเสีย