งเบาว่า “ฉีเซิ่งอะไร ต้องเรียกว่า ‘ท่านอาฉี’ เขาเป็นพี่น้องร่วมสาบานของท่านพ่อ”
เจียงเซี่ยนนึกถึงรูปร่างที่กำยำสูงใหญ่จนเหมือนภูเขาเนื้อของ ‘ท่านอาฉี’ แล้วก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้
เจียงลวี่เห็นจึงทำหน้าเคร่งขรึม และเอ่ยอย่างจริงจังว่า “เป่าหนิง ท่านอาฉีเคยช่วยชีวิตของท่านพ่อเอาไว้ เจ้าพบเขาแล้วต้องสุภาพหน่อย เข้าใจหรือไม่?”
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ!” เจียงเซี่ยนตอบอย่างว่าง่าย
ต่อให้ฉีเซิ่งไม่ใช่ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตท่านลุงของนาง ด้วยความสามารถและการวางตนมีคุณธรรมของเขาก็ควรได้รับความเคารพจากนางอยู่ดี
ตอนที่นางเจอฉีเซิ่งจึงคารวะฉีเซิ่งอย่างเคารพนบนอบ และเรียกเขาว่า “ท่านอา”
ผู้ชายที่กำยำล่ำสันเหมือนคนฆ่าสัตว์หน้าแดง และเอ่ยพึมพำไม่กี่คำประมาณว่า “มิกล้า” แล้วก็รีบให้นางไปหาคนสกุลเจียงฮูหยินของตนเอง
ในด้านรูปร่างคนสกุลเจียงกับฉีเซิ่งเหมาะสมกันมาก ด้วยต่างก็รูปร่างสูงใหญ่และแข็งแรงมาก ผิวคล้ำเล็กน้อย นิสัยร่าเริงและตรงไปตรงมา พอเห็นเจียงเซี่ยนก็จับมือของนางอย่างอบอุ่น แล้วมองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า พลางยิ้มและชมกับเด็กสาวสองคนที่ดูเหมือนเพิ่งจะอายุครบสิบห้าปีที่ติดตามมาว่า “พวกเจ้าดูสิ นี่ถึงจะเป็นสตรีที่มาจากตระกูลสูงศักดิ์ พวกเจ้าต้องเรียนรู้จากท่านหญิงให้มากๆ”
เด็กสาวทั้งสองคนเป็นฝาแฝด คิ้วดกตาโต ทว่าอายุมากกว่าเจียงเซี่ยนปีเดียว กลับสูงกว่าเจียงเซี่ยนหนึ่งศีรษะ
เป็นลูกสาวของฉีเซิ่ง
เจียงเซ