่พึมพำด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ว่า “เหตุใดถึงได้เป็นคนใจร้อนขนาดนี้! ข้าเอาม้าเตียน[1]มาด้วยสองตัว วิ่งทางบนเขาเก่งที่สุด ทีแรกคิดว่าจะให้เจ้ายืม แต่เจ้ากลับวิ่ง…สมน้ำหน้าเจ้าได้วิ่งจนขาหัก…”
ฝูเซิงก้มหน้า ไม่กล้าพูดอะไร
เจียงลวี่คิดแล้วก็กลับห้อง ทว่ากลับนอนไม่หลับ
เขามองแสงจันทร์ขาวสว่างที่สาดเข้ามาทางลายฉลุหน้าต่าง และถามฝูเซิงเสียงเบา “ข้าจำได้ว่าเจ้ามีพี่สาวคนหนึ่ง ตอนที่พี่สาวเจ้าออกเรือน เจ้ามอบอะไรเป็นของขวัญให้นางบ้าง?”
ฝูเซิงยิ้มอย่างไร้เดียงสาและเอ่ยว่า “จะปฏิบัติกับท่านหญิงเช่นเดียวกับพี่สาวข้าได้อย่างไร…พี่สาวข้านั้นขอแค่มีเงินก็พอแล้ว ท่านหญิงไม่สนใจเงินทองหรอกขอรับ อย่างไรท่านก็ต้องหาของพวกหนังสือโบราณหรือภาพวาดโบราณมอบให้ท่านหญิงกระมัง?”
จู่ๆ เจียงลวี่ก็รู้สึกว่าทำไมฝูเซิงถึงพูดตรงขนาดนี้!
เขาดึงผ้าห่มและพลิกตัวหันไปหาฝูเซิง แล้วตะโกนอย่างไม่พอใจว่า “รีบๆ นอน พรุ่งนี้ยังต้องตื่นและรีบออกเดินทางแต่เช้าอีก”
————————————
[1] ม้าเตียน ม้าขาสั้นของมณฑลยูนนาน