คือสามารถฉวยโอกาสนี้กุมอำนาจทางการทหารของเมืองจี้ไว้ในมือได้
จ้าวอี้พลันคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ในทันใด และเอ่ยว่า “แทนที่จะเปลี่ยนคนเมืองจี้ สู้เปลี่ยนคนไปต้าถงหรือเมืองเซวียนดีกว่า!”
“หลายวันก่อนกระหม่อมได้ถามสำนักหอดูดาวหลวงแล้ว” วังจี่เต้าเอ่ยอย่างนุ่มนวลว่า “พวกเขาบอกว่าปีนี้อากาศผิดปกติมาก ทางเหนือไถดินเตรียมเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิไม่ทัน เมื่อถึงฤดูร้อนที่ขาดแคลนกำลังทรัพย์ กำลังสิ่งของ และกำลังคนชั่วคราว เกรงว่าชนกลุ่มน้อยทางเหนือจะเข้ามารุกราน ต้าถง เมืองเซวียน และไท่หยวนอยู่วงแหวนที่ห้าชานเมืองหลวง พวกแม่ทัพต่างก็เป็นแม่ทัพเก่าแก่ที่กรีธาทัพทำสงครามในสนามรบมาหลายปี การเปลี่ยนแม่ทัพอย่างกะทันหันเป็นข้อห้ามที่สำคัญของผู้คุมกำลังทหาร หากฝ่าบาทอยากเปลี่ยนคน รอไปก่อนดีกว่า ไว้ปีหน้าฝนตกต้องตามฤดูกาลค่อยจัดการก็ไม่สายเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”
คำพูดที่นุ่มนวลของเขาทำให้จ้าวอี้รู้สึกสบายใจมาก จึงพยักหน้าอย่างเหนื่อยหน่ายพลางเอ่ยว่า “อืม” และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ราชเลขาธิการวังพิจารณาทุกเรื่องอย่างละเอียดรอบคอบ ลำบากแล้ว ไปรับสี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือที่กรมวังสักชุดแล้วกัน!”
ท้องพระคลังของกรมวังเป็นคลังส่วนตัวของฮ่องเต้
วังจี่เต้ารีบคุกเข่าลงขอบคุณ
จ้าวอี้ตัดสินใจไม่ไปหาและต่อว่าเฉาไทเฮาที่ภูเขาวั่นโซ่วแล้ว
ถึงอย่างไรเขาไปแล้วหากไม่ถูกเฉาไทเฮาดูถูกก็ถูกเฉาไทเฮาสั่งสอน
จริงอย่างที่วังจี่เต้าเ