ังมาถามหม่อมฉัน หม่อมฉันก็ตกตะลึงและไม่รู้จะทำอย่างไรดีเช่นกัน ยังคิดว่าเป็นพระประสงค์ของฝ่าบาท พอส่งคนไปถามที่ภูเขาวั่นโซ่ว ถึงรู้ว่าที่แท้ฝ่าบาทก็ไม่ทราบเช่นกัน ไทเฮาคิดว่าเป่าหนิงแต่งเข้าจวนจิ้งไห่โหวไม่เหมาะสม จึงออกพระราชเสาวนีย์ฉบับนี้ก่อนที่จวนจิ้งไห่โหวจะมอบสินสอดให้” และเอ่ยอีกว่า “ทุกคนต่างรู้ว่าตระกูลเจียงรับพระราชเสาวนีย์แล้ว ส่วนเนื้อหาเป็นอย่างไรนั้น สองสามวันนี้ตระกูลเจียงงดรับแขก บวกกับไทเฮาก็พักผ่อนอย่างสงบอยู่ที่ภูเขาวั่นโซ่ว ถึงแม้จะมีการคาดเดาไปต่างๆ นานา แต่ข่าวก็ไม่รั่วไหล สุดท้ายแล้วควรจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี ยังต้องขอให้ฝ่าบาทช่วยตัดสินพระทัยให้หม่อมฉันด้วย”
พอจ้าวอี้ได้ยินก็งงเช่นกัน
เสด็จแม่ของเขาไม่ใช่คนที่พูดแล้วคืนคำ ทำไมจู่ๆ ถึงได้คิดว่าเป่าหนิงแต่งงานกับจ้าวเซี่ยวไม่เหมาะสมเล่า?
จ้าวอี้นึกถึงตอนที่เฉาไทเฮาสำเร็จราชการแทน เหล่าขุนนางระดับสูงหวาดกลัวจนตัวสั่นต่อหน้านาง มีอำนาจมากก็ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่นิดเดียว ทว่าพอถึงตอนที่เขาว่าราชการด้วยตนเอง กลับมักจะต่อหน้าทำอย่างหนึ่งลับหลังทำอีกอย่าง และผลักภาระให้คนอื่นอย่างขอไปที…
เสด็จแม่ของเขาไม่ใช่ไทเฮาธรรมดาจริงๆ เป่าหนิงแต่งเข้าจวนจิ้งไห่โหวก็ไม่มีอะไรขัดกับเสด็จแม่ แต่เวลานี้อยู่ๆ เสด็จแม่ก็คิดว่าไม่เหมาะสม…เช่นนั้นเสด็จแม่ต้องมีแผนอะไรอยู่ในใจอย่างแน่นอน!
จ้าวอี้ที่ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้อำนาจของมารดามาหลา