ยปี ตอนนี้ไม่ได้คิดว่าจะวิเคราะห์และตัดสินอย่างไร ทว่าตัดสินใจไปพบเฉาไทเฮาทันที
เขาคุยกับไทฮองไทเฮาอย่างลวกๆ สองสามคำก็จากไปแล้ว
ไทฮองไท่เฟยเดินออกมาจากหลังฉากกั้น
นางเอ่ยด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลว่า “หากไทเฮาเปิดโปงพวกเราจะทำอย่างไรเพคะ?”
สายตาของไทฮองไทเฮาจับจ้องไปที่พระราชเสาวนีย์ที่ถูกโยนทิ้งลงบนพื้น และเอ่ยอย่างเฉยชาว่า “พวกเรามีพระราชเสาวนีย์ฉบับนี้อยู่ในมือไม่ใช่หรือ? นี่ก็ไม่ใช่ของที่พวกเราปลอมขึ้นมาเสียหน่อย”
“แต่…” เป่าหนิงไม่อยู่ในวัง
นี่เป็นจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุด!
เฉาไทเฮาจับจุดอ่อนนี้อยู่ ด้วยนิสัยที่ไม่เคยเสียเปรียบของนาง จะช่วยเป็นแพะรับบาปในเรื่องนี้ให้พวกนางได้อย่างไร?
“นางไม่กล้าบอก” ไทฮองไทเฮาคิดถึงคำพูดที่เจียงเจิ้นหยวนฝากฝางจื่อชิงมาบอกนาง สีหน้าก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น และเอ่ยว่า “ทำไมเป่าหนิงถึงไม่อยู่ในวัง? เรื่องนี้หากสืบหาสาเหตุกันขึ้นมา ตระกูลหลี่ต้องรับผิดชอบมากกว่า คนที่นางพึ่งพาได้ในเวลานี้มีแต่ตระกูลหลี่แล้ว นางก็ต้องยืนอยู่บนเรือลำเดียวกับพวกเรา เพื่อรักษาตระกูลหลี่เอาไว้”
ไทฮองไท่เฟยพยักหน้า นางกลัดกลุ้มอย่างไม่มีสิ่งใดเทียบได้ และเอ่ยว่า “หรือว่าเป่าหนิงอยากแต่งงานกับหลี่เชียนจริงๆ อย่างนั้นหรือเพคะ?”
ไทฮองไทเฮาไม่เอ่ยสิ่งใด
นางคิดถึงหย่งอันบุตรสาวที่จากไปก่อนวัยควร
มีชีวิตอยู่เพียงสั้นๆ แค่สิบหกปี ทว่ากลับมีความสุขตลอดเวลา
แม้แต่ตอนที่ตาย พอคิดว่าตนเ