องจะได้เป็นสามีภรรยากับเจียงเจิ้นอิงต่อที่ปรโลก ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวเช่นกัน
เป่าหนิงอายุสิบสี่แล้ว กลับเหมือนหญิงชราที่อยู่เป็นหม้ายอย่างนาง ร้องไห้น้อยมาก ทว่าก็ยิ้มน้อยมากเช่นกัน
ใช้ชีวิตแบบไหนดีกว่ากันแน่ เวลานี้นางก็เริ่มสับสนเล็กน้อยแล้วเช่นกัน
“ไว้เจอเป่าหนิงแล้วค่อยว่ากันเถอะ!” ไทฮองไทเฮาถึงจะเอ่ยว่า “ยังไม่รู้ว่านางจะเลือกอย่างไร? แต่เฉาเซวียนกลับทำให้ข้าต้องมองเขาใหม่ เขารู้จักซ่อนเร้นความสามารถ ขอเพียงคนสกุลเฉาไม่รนหาที่ตายต่ออีก และตระกูลเฉาให้เขาจัดการตระกูล เขาคงจะรักษาความมั่งคั่งและมีอำนาจของทั้งสองรุ่นเอาไว้ได้”
ไทฮองไท่เฟยนับถือสายตาของไทฮองไทเฮามาตลอด จึงยิ้มพลางขานรับว่า “เพคะ”
ไทฮองไทเฮาก็เอ่ยว่า “ให้ไป๋ซู่เข้าวังมาอยู่เป็นเพื่อนพวกเราสองสามวันเถอะ! เป่าหนิงไม่อยู่ ข้ารู้สึกโหวงเหวง หากเป่าหนิงอยากแต่งงานกับหลี่เชียนจริงๆ ก็ต้องเรียกเด็กคนนี้เข้ามาให้ข้าดูหน่อยเช่นกัน ข้าลืมไปแล้วว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไร จำได้แค่ว่ายิ้มแล้วรูปงามมาก แล้วก็จัดตำแหน่งอะไรให้เขาดี? อย่างไรก็ให้เป่าหนิงตามเขาไปซานซีไม่ได้กระมัง? พอเป็นเช่นนี้ ข้าก็รู้สึกว่าเป่าหนิงแต่งงานกับหลี่เชียนก็ไม่มีอะไรเสียหายเช่นกัน อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลับไปสืบทอดกิจการที่ฝูเจี้ยนเหมือนจ้าวเซี่ยว ต่อไปก็อยู่ในเมืองหลวงได้ตลอด…”
———————————–