สองสามคำ แล้วเมิ่งฟางหลิงที่รับใช้อยู่ข้างๆ ก็เป็นคนตอบ
จ้าวอี้ฟังอย่างเหม่อลอย เขาไม่เห็นเจียงเซี่ยน จึงอดที่จะแปลกใจเล็กน้อยไม่ได้…ปกติเวลานี้นางจะทุ่มเทแรงกายแรงใจรับใช้อยู่ข้างๆ วันนี้ทำไมถึงไม่เห็นตัว
สายตาของเขามองไปที่เหล่านางใน
จู่ๆ ไทฮองไทเฮาก็เรียกว่า “ฝ่าบาท”
จ้าวอี้ตกใจ และรีบดึงสายตากลับมา
ก็ได้ยินไทฮองไทเฮาเอ่ยว่า “หลายวันก่อนได้ยินว่ามีขุนนางระดับสูงยื่นหนังสือขอให้ฝ่าบาทตั้งฮองเฮาในเร็ววัน ฝ่าบาทคิดเห็นอย่างไร? กรมพิธีการมีวิธีอะไรหรือไม่?”
จ้าวอี้ขมวดคิ้ว และคิดว่าไทฮองไทเฮาอยู่ในวังหลังยังรู้เรื่องนี้ หรือว่าจะจริงดังที่วังจี่เต้าเอ่ย ไทเฮาคิดร้าย เวลานี้ไม่มีไทเฮาแล้ว ไทฮองไทเฮาก็เริ่มทำตัวออกนอกลู่นอกทางเช่นกัน และอยากก้าวก่ายเรื่องของเขาแล้วอย่างนั้นหรือ?
แต่จ้าวอี้ยังไม่ทันพูด ไทฮองไทเฮาก็สั่งเมิ่งฟางหลิงแล้ว “เจ้าไปหยิบกล่องไม้สีทองที่ฮูหยินฝางมอบให้ข้าเมื่อสองสามวันก่อนมาให้ข้า”
เมิ่งฟางหลิงขานรับอย่างนอบน้อมและออกไป
จ้าวอี้มองไทฮองไทเฮาอย่างไม่เข้าใจ
ทว่าไทฮองไทเฮากลับหลับตาลง เหมือนไม่อยากคุยกับเขา
จ้าวอี้งุนงง เขาไม่ดึงแขนเสื้อของไทฮองไทเฮาและอ้อนเหมือนประจบไทฮองไทเฮาอย่างแต่ก่อน ทว่านั่งอยู่ตรงนั้นอย่างสงบ และรอดูว่าไทฮองไทเฮาจะทำอะไรกันแน่?
ไทฮองไทเฮารู้สึกผิดหวังอีกครั้ง
ลอบถอนหายใจในใจ
ถึงแม้ในหนังสือต่างสั่งสอนบรรดาผู้ที่เป็นภรรยาเอกว่าควรจะปฏิบัติกั