เสียดายที่เจียงเซี่ยนไม่ได้มองหลี่เชียนแม้แต่นิดเดียว
ตอนที่หลี่เชียนยังไม่มา นางยังพูดคุยและหัวเราะกับเจียงลวี่ ทว่าหลังจากหลี่เชียนเข้ามากลับนั่งก้มหน้านิ่งอยู่ตรงนั้นอย่างเขินอาย
เจียงลวี่เห็นหลี่เชียนแล้วก็ยิ่งหงุดหงิด จึงเอ่ยเสียงเย็นชาว่า “ขอบคุณเป็นหน้าที่ของเจ้ากระมัง? เจ้าจะลากข้าไปด้วยทำไม?” เขาเอ่ยพลางสั่งเจียงเซี่ยนว่า “เจ้ารีบไปเก็บของ เดี๋ยวกลับไปเมืองหลวงกับข้า” เขาพูดอยู่ก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงมองการแต่งตัวของเจียงเซี่ยนตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า และเอ่ยอย่างรังเกียจว่า “ข้าว่าเจ้าก็อย่าเก็บเลย ต้องการอะไรพวกเราซื้อระหว่างทางก็ได้ ถึงอย่างไรก็ไม่ได้รีบกลับเมืองหลวงเช่นกัน”
หลี่เชียนได้ยินก็ร้อนใจขึ้นมา
ทำเช่นนี้ได้อย่างไร!
เมื่อก่อนตอนที่เขาได้ยินคนอื่นบอกว่าจวนเจิ้นกั๋วกงเก่งกาจนั้นยังคิดว่าเพราะเจียงเจิ้นหยวนบริหารถูกวิธี แล้วก็มีผู้สืบทอด ตระกูลเจียงจึงคงอยู่มาได้สามสิบปี ครั้งนี้ได้ติดต่อกับตระกูลเจียงถึงรู้ว่า ภายใต้ใบหน้าที่ดูเหมือนอ่อนน้อมและยอมอยู่ใต้อำนาจของตระกูลเจียงนั้นความจริงแล้วกำเริบเสิบสานแค่ไหน กล้าสืบแม้กระทั่งร่องรอยของฮ่องเต้ กล้าโยกย้ายแม้กระทั่งองครักษ์ของค่ายทหารภูเขาตะวันตก ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงราชโองการฉบับนั้นแล้ว…เฉาเซวียนกล้าเก็บไว้เป็นความลับ ตระกูลเจียงก็กล้ารับและไม่ปฏิบัติตาม
หากเจียงลวี่แค่คิดจะหลอกเจียงเซี่ยนกลับเมืองหลวงจะทำอย