เจียงเซี่ยนเห็นเฉาเซวียนมองนางด้วยสายตาเซื่องซึมเล็กน้อยและไม่พูดไม่จา พอคิดถึงสภาพของตนเองในเวลานี้…ก็ไอเบาๆ อย่างไม่ค่อยสบายใจนัก
เฉาเซวียนได้สติกลับมา
เจียงเซี่ยนก็เรียกอย่างสุภาพและมีมารยาทว่า “เฉิงเอินกง”
เฉาเซวียนเห็นหลิวตงเยว่ที่ยืนอยู่ข้างนางอย่างเชื่อฟังแต่งตัวเหมือนเด็กรับใช้ธรรมดา มุมปากก็กระตุกเล็กน้อย
สองคนนี้ ทุกคนต่างร้อนใจจนเป็นร้อนในเพราะพวกเขา แต่พวกเขากลับสบายใจและไร้ความกังวลเหมือนออกมาเที่ยวเล่น…
“เจียหนาน” เขาขี้เกียจที่จะมองทั้งสองคนอีก จึงเอ่ยว่า “ข้าได้รับมอบหมายจากไทฮองไทเฮา มีเรื่องจะปรึกษากับเจ้า”
เจียงเซี่ยนก็รู้ว่าจุดประสงค์ที่เฉาเซวียนมาไม่ธรรมดาตั้งแต่ตอนที่เฉาเซวียนยืนกรานที่จะพบนางแล้ว
นางส่งสายตาให้หลิวตงเยว่
หลิวตงเยว่ก้มหน้าเล็กน้อย และเดินออกไปอย่างแผ่วเบา
“เฉิงเอินกงเชิญนั่ง!” เจียงเซี่ยนชี้เก้าอี้ไท่ซือตัวที่อยู่ต่ำกว่า และลุกขึ้นรินชาให้เฉาเซวียนด้วยตนเอง
เฉาเซวียนขอบคุณเสียงเบา และดื่มชาสองสามอึก เขาครุ่นคิดอยู่ในใจชั่วครู่ ก็เล่าเรื่องตั้งแต่นางหายตัวไปให้เจียงเซี่ยนฟังทีละเรื่อง
เจียงเซี่ยนทั้งตกใจและดีใจ
ที่ตกใจคือคิดไม่ถึงว่าทุกคนจะชี้ปลายหอกไปที่จ้าวอี้ สุดท้ายกลายเป็นเสียเวลาไปหลายวันกว่าจะตามมา ที่ยิ่งคิดไม่ถึงคือความสัมพันธ์ของตระกูลหลี่กับตระกูลเจียงจะถูกเปิดโปงพราะเรื่องนี้ ที่ดีใจคือไป๋ซู่สมกับที่เป็นพี่น้องที่สนิทสนมของนางมาสองช