จงเทียนอี้อดที่จะสะกิดหลี่เชียนไม่ได้ และเอ่ยเสียงเบาว่า “เจ้าจะต่อสู้ตัวต่อตัวกับเจียงลวี่จริงหรือ? เขาโดดเด่นเรื่องขี่ม้ากับยิงธนูมาก ตอนเขาเป็นแม่ทัพโหยวจีที่ต้าถง เคยได้รับคำสั่งให้ไปปราบโจรที่ภูเขาอู่ไถ ลูกธนูดอกเดียวทะลุผ่านคนสองคน คนในยุทธภพต่างก็รู้ ปกติคนที่เป็นแม่ทัพใหญ่อย่างพวกเขาล้วนคิดรอบคอบมาก เจ้าอย่ามองว่าเขาพูดจาเหลวไหลเชียว ไม่แน่อาจจะขุดกับดักรอให้เจ้ากระโดดมานานแล้วก็ได้ เจ้าระวังหน่อย!”
หลี่เชียนยิ้มและเอ่ยว่า “เวลานี้ข้าก็เป็นแม่ทัพโหยวจีของกองบัญชาการซานซีเหมือนกัน”
จงเทียนอี้อึ้งไป แล้วก็หัวเราะออกมา เขาส่งสายตาให้หลี่เชียน พลางเอ่ยว่า “ข้าลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร!”
หลี่เชียนยิ้ม และเอ่ยเสียงเบาว่า “เจ้าช่วยข้าจับตาดูหวังจ้านเอาไว้!”
“ซื่อจื่อชินเอินป๋อ?!” จงเทียนอี้แปลกใจมาก และเอ่ยว่า “ข้ายังคิดว่าเจ้าจะให้ข้าช่วยลอบวางแผนทำร้ายเจียงลวี่เสียอีก!”
“ไม่ได้!” หลี่เชียนเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ตระกูลเจียงไม่มีทางอยากได้ลูกเขยที่เหมือนคนขี้ขลาด ข้าจำเป็นต้องชนะเจียงลวี่อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา เจ้าห้ามแทรกแซงและทำลายงานใหญ่ของข้าเด็ดขาด ขอแค่ปกป้องซื่อจื่อชินเอินป๋อก็พอแล้ว”
จงเทียนอี้รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที และเอ่ยว่า “ปกป้องอย่างไร? หยอกเขาเล่น? หรือแค่ชนะเขาก็พอแล้ว?”
“อย่าให้เกิดเรื่องขึ้นกับเขา!” หลี่เชียนเอ่ยเสียงเบาว่า “เขาเป็นพี่ชายของท่านหญิงเจียหนาน หลานชายขอ