ั้นอยู่ในมือ
ตัวดาบเล็ก ประณีตและบาง แต่กลับเปล่งแสงสว่างไสว ความหนาวเย็นแผ่ออกมารอบด้าน
สายตาของเขาเย็นชาเล็กน้อย และตะโกนว่า “อีกที” เขาเข้าประชิดและแทงดาบใส่จงเทียนอี้
เจียงลวี่ยิ้มและเอ่ยว่า “หลี่เชียน เจ้าเป็นเจ้าบ้าน พวกเราเป็นแขก แขกเริ่มโจมตีแล้วเจ้าบ้านยังดูเรื่องสนุกอยู่ข้างๆ ได้อย่างไร!” ยังไม่ทันพูดจบประโยค กระบี่อ่อนก็จู่โจมหลี่เชียนเหมือนงูพิษแล้ว
หลี่เชียนยกดาบสกัดการโจมตีของเจียงลวี่
เจียงลวี่มือสั่นเล็กน้อย กระบี่อ่อนเฉือนไปที่เข่าของเขาตามท่าดาบของเจียงลวี่
หลี่เชียนชี้ปลายดาบลงจรดลงบนกระบี่อ่อนของเจียงลวี่
“ฝีมือดี!” เจียงลวี่อมยิ้มและเอ่ยชม ทว่าสีหน้ากลับแผ่จิตสังหารออกมาเข้มข้นยิ่งขึ้น กระบี่อ่อนในมือกวัดแกว่งไปทางหลี่เชียนเร็วขึ้นทุกที
“ฝีมือของซื่อจื่อก็ไม่เลวเช่นกัน!” หลี่เชียนตอบ เขาถือดาบพิชิตอาชาที่ยาวเจ็ดฉื่อ[2]อยู่ในมืออย่างง่ายดายและทรงพลัง พลังรุนแรงจนบีบบังคับคน
ทั้งสองคนสู้กัน
เหล่าองครักษ์กับคนของหลี่เชียนก็ไม่ว่างเช่นกัน พวกเขาชักดาบออกจากฝัก และเริ่มตะลุมบอนกัน
ชายกลุ่มที่สวมชุดทะมัดทะแมงสีดำทยอยผ่านระเบียงคดไปอย่างแผ่วเบา พวกเขานั่งยองๆ ใต้ชายคาหน้าห้องโถงตรงประตูใหญ่ แล้วหยิบคันธนูกับลูกศรที่จะยิงติดต่อกันห้าดอกออกมาพาดบ่า
ปลายธนูที่ทำจากเหล็กบริสุทธิ์ส่องประกายแสงอันหนาวเย็นภายใต้แสงแดดยามบ่ายแก่ๆ ในฤดูใบไม้ผลิ
เจียงลวี่กระโดดออกมาจากวงต่อสู้ก