เจียงเซี่ยนหายใจติดขัด และเอ่ยว่า “เจ้ามีสิทธิอยากไปหรือไม่อยากไปตั้งแต่เมื่อไร?”
หลิวตงเยว่รีบทำหน้าเศร้าขอความเมตตาว่า “ท่านหญิง ข้าพูดผิดแล้ว…”
เจียงเซี่ยนขี้เกียจที่จะคิดเล็กคิดน้อยกับเขา จึงเอ่ยว่า “เรื่องที่ข้าให้หลอกถามปิงเหอล่ะ เจ้าถามอะไรมาได้หรือไม่?”
ปิงเหอเด็กรับใช้ของหลี่เชียนรอพวกเขาอยู่ที่ด่านเหนียงจื่อ
หลิวตงเยว่ส่ายหน้าอย่างจนใจ และเอ่ยว่า “เจ้าเด็กนั่นฉลาดมากทีเดียว! ข้าถามเขาสิบประโยค เขาตอบข้าได้สักประโยคก็ไม่เลวแล้ว ข้ากลับรู้สึกว่าอวิ๋นหลินใช้ได้ มีเรื่องอะไรถามเขา เขายังบอกข้าได้” หลิวตงเยว่เอ่ยพลางแอบเลิกม่านรถขึ้นสายตามองออกไปข้างนอก และเอ่ยว่า “ท่านหญิง คนที่ชื่อจงเทียนอี้นั่นเข้าป่าไปเป็นเพื่อนใต้เท้าหลี่แล้ว อวิ๋นหลินยังคุมและเร่งให้คนพวกนั้นตั้งค่ายอยู่ตรงนั้น ไม่อย่างนั้นพวกเราฉวยโอกาสนี้ถามอวิ๋นหลินว่า ใต้เท้าหลี่คิดจะพาพวกเราไปที่ไหน?”
เจียงเซี่ยนยิ้มเยาะ และเอ่ยว่า “อวิ๋นหลินเป็นคนเจ้าปัญญา เขาจะให้เจ้าหลอกถามได้ง่ายๆ หรือ?”
หลิวตงเยว่ก้มหน้าและไม่พูดอะไร
คิดในใจว่า ท่านหญิง ท่านยังบอกว่าท่านไม่ได้เป็นอะไรกับหลี่เชียนอีก แล้วทำไมถึงรู้หมดว่าผู้ติดตามข้างกายหลี่เชียนเป็นคนอย่างไร
ดูเหมือนเรื่องบางเรื่องเขาจะเก็บเอาไว้ไม่ได้แล้ว เขาต้องพูดกับท่านหญิงให้ชัดเจน
หลิวตงเยว่ให้กำลังตนเองอยู่ในใจนานมาก ถึงจะรวบรวมความกล้าเอ่ยว่า “ท่านหญิง ต่อไปข้าจะติดตามอย