นี้ ข้ากับเฉิงเอินกงต้องใช้”
เฉาเซวียนตกใจ
ไทฮองไทเฮาเอ่ยว่า “ในเมื่อต้องออกราชโองการ ก็ต้องมีคนร่างราชโองการคนหนึ่ง ข้าว่าก็ให้เจ้าทำแล้วกัน”
นั่นก็หมายความว่า ไทฮองไทเฮาตกลงแล้ว
เฉาเซวียนโล่งอก และรู้สึกว่าตนเองกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
เขารีบพาไทฮองไทเฮาไปที่ห้องหนังสือของตำหนักข้าง แล้วเขียนราชโองการสองฉบับตามรูปแบบของหนังสือราชการ
ไทฮองไทเฮาอ่านแล้วก็พยักหน้าตลอด
เมิ่งฟางหลิงเดินถือราชโองการที่ว่างเปล่าเข้ามาสามฉบับ และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ซื่อจื่อ ข้ากลัวว่าท่านจะเขียนพลาด จึงหยิบมาเพิ่มอีกแผ่น”
เฉาเซวียนมองม้วนราชโองการที่ทอด้วยไหมทองหลากสีสัน ความรู้สึกมากมายปะปนกัน
ราชโองการที่ว่างเปล่าไม่น่าจะหยิบง่ายขนาดนั้นกระมัง?
แม้จะคิดเช่นนั้น เขาก็ยังคงนั่งลงคัดลอกหนังสือราชโองการที่ไทฮองไทเฮาเห็นชอบแล้วด้วยอักษรก่วนเก๋อ[2]ลงในราชโองการอย่างตั้งใจและประณีตมาก และถามไทฮองไทเฮาที่รอเขาเขียนราชโองการอยู่ข้างๆ ตลอดตอนที่รอให้หมึกแห้งว่า “ต้องไปสอบถามที่กองพิธีการสักหน่อยหรือไม่ว่าวันนี้ใครเข้าเวร?”
ตราประทับของฮ่องเต้มีมากกว่าหนึ่งอัน และการใช้งานของทุกอันต่างไม่เหมือนกัน บางครั้งฮ่องเต้คึกคักขึ้นมา ยังอาจจะเริ่มใช้ตราใหม่ด้วย แต่ไม่ว่าอย่างไร อย่างน้อยที่สุดก็มีตราประทับของฮ่องเต้เจ็ดอัน ในนั้นนอกจากตราลัญจกรหยกที่สลักว่า ‘รับโองการจากสวรรค์ แคว้นจะต้องอายุยืนยาวตลอดไปและเจริญรุ่งเรืองอย่