เฉาเซวียนขาอ่อน และเกือบจะเป็นอัมพาตไปบนพื้น
เขาเกาะดอกไม้และต้นไม้ข้างๆ แล้วสูดหายใจลึก และถามขันทีคนหนึ่งที่อยู่ข้างกายเขาเสียงเบามาก “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
ขันทีคนนั้นมองเขาครั้งหนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยเสียงเบาเหมือนยุงและแมลงวันว่า “ไทฮองไทเฮาให้พวกเขาประทับตราลงในราชโองการ พวกเขาบอกว่าต้องการหนังสือมอบจากกองพิธีการ…”
แน่นอนว่าพวกเขาเอาหนังสือมอบออกมาไม่ได้!
ดังนั้นจึงเป็นเช่นนี้หรือ?!
หน้าของไทฮองไทเฮายังเทียบหนังสือมอบแผ่นหนึ่งไม่ได้อย่างนั้นหรือ?
เฉาเซวียนเงียบไป และพบว่าขันทีที่คุกเข่าอยู่โดยรอบนั้นนอกจากระดับห้าสองคนแล้วก็ล้วนเป็นพวกที่ไม่มีระดับ ระดับห้าสองคนนั้น คนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะยกแขนเสื้อเช็ดเหงื่อที่ออกเต็มศีรษะ ส่วนอีกคนเหมือนหวาดกลัวจนตัวสั่นไม่หยุด
ไทฮองไทเฮาถามขันทีระดับห้าสองคนอย่างอ่อนโยน “ในมือของพวกเจ้าก็ไม่มีกุญแจที่เก็บรักษาและดูแลตราประทับของฝ่าบาทเหมือนกันหรือ?”
เฉาเซวียนมองใบหน้าที่ขาวผ่องและอวบอิ่มของไทฮองไทเฮา แล้วนึกถึงขันทีระดับหกที่ยังคงดิ้นรนเฮือกสุดท้ายอยู่ในเท้าไทฮองไทเฮานั้น ทันใดนั้นก็เข้าใจคำพูดที่ท่านป้าเคยพูดกับเขาในวันหนึ่ง ‘ขอเพียงเป็นผู้หญิงที่สามารถอยู่รอดในวังหลังได้ ก็ไม่มีใครเป็นคนธรรมดาสักคน’
เขานึกถึงไทฮองไท่เฟยที่ปรนนิบัติรับใช้ไทฮองไทเฮามาเกือบครึ่งร้อย…คนๆ นั้นเป็นย่าของว่าที่ภรรยาของเขา…
เฉาเซวียนรู้สึกหน้าผากของตนเองก็เหมือนจะเริ่มเห