ในตำหนักข้างเงียบสงัด ผ่านไปประมาณครึ่งก้านธูป เฉาไทเฮาถึงถอนหายใจยาวเหยียด และลุกขึ้นมานั่ง
เฉาเซวียนรีบทำเป็นตั้งใจฟัง
เฉาไทเฮายกถ้วยชาขึ้นดื่มอึกหนึ่ง แล้วถึงเอ่ยว่า “อาเซวียน ข้าคิดดูอย่างละเอียดแล้ว ไม่ว่าเจียงเซี่ยนจะหนีตามหลี่เชียนไปหรือถูกหลี่เชียนลักพาตัวไป หากไม่ใช่สองคนนั้นก็ไม่มีใครบอกได้แน่ชัดและเชื่อถือไม่ได้ทั้งนั้น” นางพูดอยู่ หางตาก็เลิกขึ้นเล็กน้อย และเผยสีหน้าร้ายกาจออกมาอย่างเบาบาง “และถึงหลี่เชียนจะลักพาตัวเจียงเซี่ยนไป ใครเห็นล่ะ? ใครเป็นพยานได้? ใครจะกล้ารับประกันว่าเจียงเซี่ยนไม่ได้หาเรื่องหลี่เชียนกลับเพราะเสียใจที่หนีตามหลี่เชียนไป?”
เฉาเซวียนหัวใจเต้นผิดจังหวะ และโพล่งออกไปว่า “เสด็จ…เสด็จป้าหมายความว่า…”
ความร้ายกาจเล็กน้อยตรงหางตาของเฉาไทเฮาลามมาถึงบนหน้าของนาง “หลี่เชียนก่อเรื่องใหญ่เช่นนี้ พวกเราพูดอะไรก็สายไปแล้ว แทนที่จะมัวยืนยันว่าตระกูลเฉาไม่เกี่ยวข้อง ข้าคิดดูอย่างละเอียดแล้ว หนทางเดียวในเวลานี้ก็คือยืนกรานว่าเจียงเซี่ยนหนีตามหลี่เชียนไป แบบนี้…ต่อให้เจียงเจิ้นหยวนอยากออกหน้าให้เจียงเซี่ยนก็จำต้องฝืนใจยอมรับแล้ว”
“เสด็จ…เสด็จป้าหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?” เฉาเซวียนรู้สึกไม่ดีขึ้นมาทันที เขารู้สึกว่าเรื่องราวเหมือนจะหลุดจากการควบคุมของเขาไปเล็กน้อย และไหลไปทางสระน้ำลึกที่ไม่รู้ชื่อ
เฉาไทเฮาสายตาทอประกายวิบวับ และเอ่ยอย่างเย็นชาว่า “ข้าจะให้คนเขี