เฉาเซวียนไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของไป๋ซู่ ทว่าครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ และเอ่ยเสียงเบาว่า “เจ้าไม่รู้จักหลี่เชียน หลี่ฉางชิงมาจากตระกูลโจรท้องถิ่น เขาให้ความสำคัญกับกำลังทหาร และไม่ชอบการผูกมัด ยกย่องการตาต่อตา ฟันต่อฟัน ในความคิดของพวกเราเจียหนานใจกว้างกับหลี่เชียนแล้ว แต่สำหรับพวกเขา อาจจะเป็นความอัปยศอดสูอย่างใหญ่หลวงก็ได้…”
ไป๋ซู่ขมวดคิ้ว
หลี่เชียนไม่ได้ทำให้นางรู้สึกแบบนั้น
ทว่าเฉาเซวียนติดต่อกับหลี่เชียนบ่อย บางทีเฉาเซวียนอาจจะถูกก็ได้
นางเอ่ยกับเฉาเซวียนว่า “เดี๋ยวเจ้ายังมีธุระอะไรอีกหรือไม่? ไปจวนเจิ้นกั๋วกงเป็นเพื่อนข้าได้หรือไม่ ในเมื่อท่านลุงเจียงสงสัยว่าข้ารู้เรื่องที่เจียงเซี่ยนคบหากับหลี่เชียน ข้าว่าอธิบายเรื่องนี้ให้ชัดเจนอย่างเร็วที่สุดจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นก็จะไม่เป็นผลดีต่อทั้งเจ้า ข้า และเจียงเซี่ยนและจะได้ฉวยโอกาสนี้เตือนท่านลุงเจียงสักหน่อยว่า อย่าเดาว่าฝ่าบาทเป็นคนลักพาตัวนางไปเหมือนครั้งก่อนอีก สุดท้ายเสียเวลาไปสามสี่วัน หากพบว่าจินเซียวมีพิรุธตั้งแต่แรก ไม่แน่เจียงเซี่ยนอาจจะกลับมาแล้วก็ได้”
เฉาเซวียนรับปาก และไปบอกลาเป่ยติ้งโหวโดยอ้างว่าฝางจื่อชิงมีเรื่องอยากพบไป๋ซู่
เป่ยติ้งโหวไม่ได้ถามอะไรมาก และจัดรถม้าให้พาไป๋ซู่ตามเฉาเซวียนไปจวนเจิ้นกั๋วกง
เจียงเจิ้นหยวนที่กำลังรับประทานอาหารเช้ากับฝางจื่อชิงเห็นเฉาเซวียนไปและกลับมาทันที แถมยังพาไป๋ซู่มาด้วย ก็รู้ว่าพวก