ป่าหนิงบ่อยๆ ทั้งสองคนมักจะซุบซิบกันเหมือนกำลังปรึกษาอะไรบางอย่าง…”
เจียงเจิ้นหยวนได้ยินก็รู้สึกตกใจ
เขาลองคำนวณวันเวลา นั่นเป็นช่วงเวลาที่เจียงเซี่ยนพบว่าฮ่องเต้เป็นชู้กับคนสกุลฟางพอดี
ก่อนหน้านี้เขาก็สงสัยแหล่งข่าวของเจียงเซี่ยน
เวลานี้ดูเหมือนคนที่ช่วยเจียงเซี่ยนสืบข่าวก็น่าจะเป็นหลี่เชียนแล้ว
เช่นนี้ก็ถูกแล้ว
เจียงเซี่ยนพบว่าฮ่องเต้ผิดปกติ อยากสืบเบื้องหลังของฮ่องเต้ ทว่าช่วงนั้นพวกเขาดันกำลังลอบวางแผนเรื่องการยึดอำนาจในราชสำนักกับฮ่องเต้พอดี จึงไม่มีใครว่างสนใจนาง นางจำเป็นต้องขอให้หลี่เชียนช่วย และหลังจากนั้นเจียงเซี่ยนก็แนะนำหลี่เชียนให้เขา เพื่อขอบคุณที่หลี่เชียนช่วยเหลือ
กระทั่งเพื่อให้หลี่เชียนได้รับความไว้วางใจจากเฉาไทเฮาอย่างเร็วที่สุด เจียงเซี่ยนถึงกับแสดงละครฉากใหญ่ที่ท่าเรือวารีเคียงพฤกษา เพื่อให้ตระกูลหลี่มีเหตุผลไปพึ่งพาอาศัยเฉาไทเฮา และขจัดความสงสัยของเฉาไทเฮา ให้ตระกูลหลี่แสดงตัวตนออกมาอย่างเต็มที่ในการยึดอำนาจในราชสำนัก และกระโดดไปเป็นตระกูลทหารที่ได้รับการจับตามองมากที่สุด จากโจรท้องถิ่นที่ยอมจำนนและสวามิภักดิ์กลายเป็นขุนนางที่จงรักภักดีอย่างแน่วแน่ แข็งแกร่งและหยิ่งในศักดิ์ศรี ล้างมลทินให้ตระกูลหลี่และหลี่เชียน…
ดังนั้น…ถึงหลี่เชียนกับเจียงเซี่ยนจะติดต่อกัน ก็ไม่ใช่เพราะมีความรักเช่นกัน
หากไป๋ซู่ไม่บอกเขา เกรงว่าเขาก็คงจะไม่มีวันรู้ว่าเป่าหนิงยังมีความลับมากขน