ยแห่งของเมืองหลวงชื่ออะไรก็อาจจะบอกได้ไม่ชัดเจนด้วยซ้ำ ส่วนอีกคนถึงแม้จะเติบโตอยู่แถวเมืองหลวงตั้งแต่เด็ก ทว่าก็ซื่อกว่าหญิงสาวเสียอีก และไม่เคยออกจากบ้านไปติดต่อกับคนนอกเลย ตระกูลที่อาศัยอยู่ในตรอกของตนเองสกุลอะไรก็คงจะไม่รู้ด้วยซ้ำ
ให้สองคนนี้ไปช่วย อาจจะหาไม่พบและกลายเป็นตัวถ่วงได้
เจียงลวี่พูดอยู่พักใหญ่ถึงจะเกลี้ยกล่อมให้สองคนนี้กลับจวน
คิดไม่ถึงว่านี่เพิ่งจะห้าหกชั่วยาม สองคนนี้ก็มาพบเขาอีกแล้ว
เขาอดที่จะเอ่ยไม่ได้ว่า “ทำไมพวกเจ้าสองคนถึงอยู่ด้วยกัน?”
ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ
จินเซียวเอ่ยว่า “พวกเราทั้งเป็นห่วงท่านหญิง แล้วก็กลัวว่าตนเองจะความสามารถไม่พอ และสร้างปัญหาให้ท่านพี่อาลวี่กับซื่อจื่อจิ้งไห่โหว” เขาเอ่ยพลางมองเติ้งเฉิงลู่ครั้งหนึ่ง และเอ่ยว่า “พวกเราสองคนจึงปรึกษากันแล้วว่า พวกเราสองคนจะวิ่งเต้นทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ให้พวกท่านแล้วกัน! เรื่องอื่นไม่กล้าเอ่ย อย่างน้อยพวกเราสองคนก็ยังถือว่าพูดจาระมัดระวัง รู้ว่าเรื่องใดพูดได้ เรื่องใดพูดไม่ได้ พวกท่านก็จะได้มีคนช่วยอีกแรงด้วย”
เจียงลวี่ได้ยินเช่นนี้ก็ซาบซึ้งมาก และเอ่ยว่า “นี่ข้าก็กลัวจะทำให้พวกเจ้าลำบาก”
“ท่านพี่อาลวี่พูดอะไรน่ะ?” จินเซียวรีบเอ่ย “ท่านพี่อาลวี่ให้ความสำคัญและเห็นข้าเป็นเพื่อน เพื่อนนั้นไม่เพียงแต่มีมิตรภาพที่ช่วยเหลือกัน ทว่ายังต้องมีความเป็นพี่น้องกันด้วย หากท่านพี่อาลวี่พูดแบบนี้อีก ข้า