ฉิงลู่นั่งอยู่ตรงนั้นอย่างเซื่องซึม ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
พอ…คนๆ นี้หวังอะไรไม่ได้แล้ว
จินเซียวคิดแล้วก็ลุกขึ้นยืน เพียงแต่เขายังไม่ทันเอ่ยปากพูด เจียงเจิ้นหยวนก็เอ่ยว่า “พวกเจ้าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว หากรู้สึกผิด สองสามวันนี้ก็ต้องสามัคคีและรวมกำลังกัน คิดหาทางหาเป่าหนิงให้เจออย่างเร็วที่สุด”
พวกจินเซียวพยักหน้าติดกันหลายครั้ง
เจียงเจิ้นหยวนก็ถามถึงจ้าวเซี่ยว “…ทางเขามีข่าวอะไรหรือไม่?”
เจียงลวี่เอ่ยอย่างนอบน้อมและรอบคอบว่า “พวกเรานัดกันแล้วว่าไม่ว่าจะมีข่าวหรือไม่ ยามโหย่วพวกเราจะเจอกันที่จวนกั๋วกงขอรับ”
เจียงเจิ้นหยวนโน้มตัวไปดูนาฬิกาน้ำในห้องด้านนอก
จินเซียวลุกขึ้นยืนอย่างว่องไวแล้วเอ่ยว่า “อีกหนึ่งเค่อจะถึงยามโหย่วขอรับ”
เจียงเจิ้นหยวนพยักหน้า และเอ่ยกับเจียงลวี่ว่า “เช่นนั้นเจ้าก็เล่าเรื่องที่ไปพบเกาหลิ่งเถอะ?”
เจียงลวี่พยักหน้า และเริ่มเล่าอย่างละเอียด
ไม่นาน จ้าวเซี่ยวกับเฉาเซวียนก็มาถึงแล้ว
หลังจากคารวะเจียงเจิ้นหยวน เจียงเจิ้นหยวนก็ถามถึงเรื่องที่เจียงเซี่ยนหายตัวไปทันที “พวกเจ้าเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ข้าฟังอย่างละเอียด รวมถึงก่อนหน้านั้นพวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่บ้างด้วย? แล้วหลังจากนั้นพวกเจ้าอยู่กันที่ไหน? เห็นอะไรบ้าง? ได้ยินอะไรบ้าง? รู้สึกว่าตรงไหนผิดปกติหรือไม่?…ไม่ว่าจะมีหลักฐานหรือไม่ ไม่ว่าจะรู้สึกว่าเหลือเชื่อหรือไม่…ก็ต้องเล่าให้ข้าฟังทุกอย่าง ส่วนทางฝ่าบาทนั้น