เจ้าไม่ต้องโทษตนเอง ไม่ว่าใครลักพาตัวนางไป ต่างก็มีจุดมุ่งหมายทั้งนั้น ถึงแม้วันสองวันนี้พวกเราจะหานางไม่พบ แต่ภายในสามสี่วันต้องมีข่าวอย่างแน่นอน นางก็ไม่ได้ถูกคนลักพาตัวไปบนถนนที่ผู้คนมากมายจนไม่มีที่ให้หาเสียหน่อย”
หากบอกว่าร้อนใจ เจียงเจิ้นหยวนร้อนใจกว่าใครทั้งนั้น ทว่าเห็นหวังจ้านเหมือนสูญเสียไปครึ่งชีวิตแล้ว ต่อให้อยากตำหนิแค่ไหน เขาก็ไม่อาจพูดออกไปได้เช่นกัน
หวังจ้านเงยหน้ามองเจียงเจิ้นหยวนครั้งหนึ่งและหลุบตาลงอย่างรวดเร็ว แล้วเอ่ยเสียงอู้อี้ว่า “ท่านลุงไม่ต้องพูดแล้วขอรับ เรื่องนี้เป็นความผิดของข้าทั้งหมด พวกเราเป็นคนพานางออกไป เวลานี้นางหายตัวไป ท่าน…ท่านก็ลงโทษข้าแล้วกัน”
เขาพูดอยู่ จู่ๆ ก็น้ำตาไหล แล้วลุกขึ้นคุกเข่าลงตรงหน้าเจียงเจิ้นหยวน
เจียงเจิ้นหยวนรีบเข้าไปรั้งหวังจ้านไว้ และเอ่ยอย่างไม่สบายใจว่า “เจ้านี่นะ เกิดอะไรขึ้นก็อย่าดึงมาใส่ตนเองหมด หากจะตำหนิก็ตำหนิอาลวี่ เขาเป็นพี่ใหญ่ของพวกเจ้า…”
ทางเจียงลวี่นั้นตอนที่เห็นเจียงเจิ้นหยวนรั้งหวังจ้านก็เข้าไปประคองแขนของหวังจ้านแล้ว และเอ่ยอย่างเสียใจว่า “อาจ้าน อย่าทำแบบนี้! ข้าไม่ดูแลพวกเจ้าให้ดีเอง…”
ทั้งสามคนคุยกันนานมากถึงจะนั่งลงอีกครั้ง
จินเซียวเห็นแล้วก็อดที่จะคิดในใจไม่ได้ว่า คนที่เชิญตนเองมานี้เป็นต้นเหตุของเรื่องร้ายหรือเปล่า!
เขามองเจียงเจิ้นหยวนแล้วอยากพูดแต่ก็หยุดไว้ และอดที่จะมองไปทางเติ้งเฉิงลู่ไม่ได้
เติ้งเ