เจียงเซี่ยนนั่งนิ่งไม่ได้อีกแล้ว นางสั่งหลิวตงเยว่ว่า “รีบเรียกหลี่เชียนมาหาข้า!”
นัยน์ตาของหลิวตงเยว่ฉายแววงุนงง
เจียงเซี่ยนก็อธิบายเรื่องนี้ไม่ได้มากเช่นกัน จึงเอ่ยว่า “ให้เจ้าเรียกเจ้าก็เรียก จะจุ้นจ้านขนาดนั้นไปทำไม!”
หลิวตงเยว่รีบโผล่หน้าออกไปเรียกหลี่เชียน
หลี่เชียนขึ้นมาบนรถม้าทันที และถามเจียงเซี่ยนว่า “มีอะไรหรือ?”
น้ำเสียงนุ่มนวลมาก
ทว่าเจียงเซี่ยนกลับไม่เกรงใจแม้แต่นิดเดียว และเอ่ยว่า “คนที่อยู่ข้างกายเจียงลวี่คือใคร?”
สายตาของหลี่เชียนทอประกาย
เขารู้ว่าเจียงเซี่ยนฉลาด แต่คิดไม่ถึงว่านางจะฉลาดถึงขนาดนี้
นี่ใกล้เคียงกับความสามารถและสติปัญญาของพวกกุนซือและเสนาธิการแล้ว
หลี่เชียนเห็นเจียงเซี่ยนเป็นแบบนี้ ก็รู้สึกภาคภูมิใจและรู้สึกเป็นเกียรติและโชคดีจากก้นบึ้งของหัวใจอย่างบอกไม่ถูก
ทว่าคำโกหกที่ต่ำต้อยเหล่านั้นกลับเป็นการดูหมิ่นเจียงเซี่ยนแบบหนึ่ง
“ข้าบอกเจ้าไม่ได้” หลี่เชียนจ้องเจียงเซี่ยนอย่างไม่สะทกสะท้าน และเอ่ยว่า “ต่อให้เจ้าเดาได้ว่าเป็นใคร ข้าก็จะไม่ยอมรับเช่นกัน”
เจียงเซี่ยนโกรธมาก นางหยิบหมอนอิงที่อยู่ใกล้มือมาขว้างใส่หลี่เชียน “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเรื่องนี้ร้ายแรงแค่ไหน? หากตระกูลเจียงถูกทำลายเพราะเจ้า ข้ากับเจ้าก็เป็นศัตรูที่ไม่มีทางอยู่ร่วมกันได้!”
ชาติก่อนหม่าเซี่ยงหย่วนไปพึ่งพาอาศัยชนกลุ่มน้อยทางเหนือ จนกระทั่งสี่ปีต่อมา ซึ่งเป็นปีที่สามที่นางว่าราชการหลังม่าน หม่