ส่วนจ้าวเซี่ยวที่นั่งอยู่ในห้องแถวตรงประตูวังทางทิศตะวันออกและรอเก็บสัมภาระอยู่นั้นกำลังให้เด็กรับใช้ที่ติดตามรับใช้ข้างกายเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อย่างแผ่วเบา
ผู้ช่วยที่ตามเขามาอดที่จะบ่นไม่ได้ “ซื่อจื่อ จะเอาแต่ใจแบบนี้ไม่ได้นะขอรับ ถึงแม้ท่านโหวจะอนุญาตให้ท่านแต่งงานกับท่านหญิงเจียหนานแล้ว แต่เพราะท่านหญิงเจียหนานถูกฝ่าบาททรงกริ้ว นี่จึงไม่ใช่เรื่องที่คุ้มอย่างแน่นอน ข้าว่าฉวยโอกาสที่เรื่องนี้ยังไม่เป็นเรื่องใหญ่ ท่านอ้างว่าป่วยจนหมดสติดีกว่า แล้วก็ให้พวกเราส่งท่านกลับฝูเจี้ยนเสียเลย…”
“เจ้าคิดว่าคนอื่นเป็นคนโง่กันหมดหรือ?” จ้าวเซี่ยวทำเสียงไม่พอใจ และขยับมือกับเท้าอย่างระมัดระวังพลางเอ่ยว่า “ถอยหนีในช่วงเวลาสำคัญ ต่อไปข้าจะบัญชาการกองทัพเรือฝูเจี้ยนอย่างไร? แล้วจะมีใครเชื่อฟังข้า? เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องพูดอีกแล้ว ข้าจะเขียนจดหมายหาท่านพ่อเดี๋ยวนี้ ให้เขาย้ายกำลังคนส่วนหนึ่งมาให้ข้า ไว้ข้าแต่งงานกับท่านหญิงเจียหนานแล้ว ข้าค่อยกลับไปฝูเจี้ยน”
ผู้ช่วยไม่กล้าพูดอะไรมากอีก และค้อมตัวถอยออกไป
จ้าวเซี่ยวลูบแผล พลางคิดถึงเจียงเซี่ยน แล้วก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
นางคงคิดไม่ถึงแน่ว่าเขาจะโดนดาบนี้ใช่หรือไม่?
ในที่สุดเรื่องแต่งงานของเขากับเจียงเซี่ยนก็มีวี่แววหน่อยแล้ว
พูดถึง…เรื่องนี้ก็ยังต้องขอบคุณฮ่องเต้จากใจ
พอคิดถึงตรงนี้ เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
มีภรรยาที่ฮ่องเต้ชอบก็ลำบากมากเหมือนกัน
หลังจากเ