เป็นเฉาไทเฮา ข้างเฉาไทเฮาเป็นเจียงเซี่ยน ส่วนไทฮองไท่เฟยกับไป๋ซู่นั่งอยู่ตรงข้ามเฉาไทเฮากับไทฮองไทเฮา
ทุกคนรับประทานอาหารอย่างเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรทั้งนั้น ได้ยินเพียงเสียงเครื่องเคลือบกระทบกันอย่างแผ่วเบา
เจียงเซี่ยนมองไทฮองไทเฮากับเฉาไทเฮาที่หน้าตาเคร่งเครียด แล้วก็รู้สึกปวดท้อง
ในเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างไม่ชอบกัน ทำไมยังต้องฝืนใจตนเองกินข้าวในห้องเดียวกันอีก?
กินข้าวอย่างยากลำบากแล้ว ตามปกติทุกคนก็สามารถย้ายไปดื่มชาที่ตำหนักข้างได้
ทว่าไทฮองไทเฮากลับสั่งไทฮองไท่เฟย “วันนี้รีบเดินทางมาทั้งวันแล้ว เด็กสองคนก็ถูกทรมานจนทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน เจ้าพาเด็กสองคนกลับไปพักผ่อนที่ตำหนักก่อนเถอะ ข้ายังมีเรื่องคุยกับไทเฮาอีกนิดหน่อย”
ไทฮองไท่เฟยมองเฉาไทเฮาอย่างระแวง พอเห็นว่าเฉาไทเฮานิ่งดุจขุนเขา ก็รีบขานรับอย่างนอบน้อม และพาเจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่ออกจากตำหนักข้าง
ไป๋ซู่จูงมือเจียงเซี่ยน นางเดินพลางหันกลับไปมองตำหนักข้าง และเอ่ยเสียงเบาว่า “ในวังเกิดอะไรขึ้นหรือ?”
“ไม่มีอะไร” เจียงเซี่ยนพอจะเดาได้บ้างไม่มากก็น้อย ตอนนี้นางขอแค่ไทฮองไทเฮาคิดให้มากขึ้น และอย่าให้ถูกเฉาไทเฮาลากเข้าไปพัวพันด้วย
เฉาไทเฮาในอดีตคิดถึงแคว้น แม้แต่แผนการก็เป็นแผนการที่เปิดเผย นางจึงไม่กลัว ทว่าเฉาไทเฮาในเวลานี้กลับกำลังดิ้นริ้นเพื่อชีวิต ใครจะรู้ว่าเฉาไทเฮาจะคิดอย่างไร?
นัยน์ตาของไป๋ซู่เต็มไปด้วยความงุนงง
เจียงเซี่ยนทำได้เพีย