ดีที่ทุกคนต่างมีแผนการของตนเอง ก็ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมทางแล้วกัน
เจียงเซี่ยนมองนางในที่ยุ่งอยู่กับการเก็บของในตำหนัก แม้แต่กระโถนบ้วนน้ำลายที่ปกติไทฮองไทเฮาใช้ประจำก็ต้องเอาไปด้วย นางจึงรู้สึกว่าการเดินทางสักรอบช่างลำบากมากจริงๆ
ดีที่ไทฮองไทเฮาอารมณ์ดี นางนั่งสั่งเมิ่งฟางหลิงอยู่บนเตียงอุ่น “เจ้าอย่าลืมกล่องของข้า!”
เมิ่งฟางหลิงขานรับด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มว่า “เพคะ”
ไทฮองไทเฮาหันหน้ามาหาไทฮองไท่เฟยที่นั่งอยู่ข้างกายนางและเอ่ยว่า “อันที่จริง…นักร้องสองคนที่จ้าวเซี่ยวส่งมาก็ร้องได้ไม่เลวจริงๆ ข้าไม่ได้ฟังการขับร้องประกอบดนตรีแท้ๆ แบบนี้มาหลายปีแล้ว ก็ขอบคุณที่เด็กคนนี้มีน้ำใจแล้ว”
ไทฮองไท่เฟยยิ้มและเอ่ยว่า “ไม่งั้น…ครั้งนี้ไปภูเขาวั่นโซ่วก็พานักร้องสองคนนั้นไปด้วยดีไหมเพคะ?”
ไทฮองไทเฮาคิดแล้วก็เอ่ยว่า “ก็ได้! ถึงอย่างไรก็ว่างอยู่ดี จะได้มีคนฆ่าเวลาด้วย”
ไทฮองไท่เฟยยิ้มและสั่งการลงไป
ไทฮองไทเฮาก็ถามถึงเจียงเซี่ยน “เจ้าเก็บของเรียบร้อยหรือยัง? จ่างจูบอกหรือไม่ว่านางจะเข้าวังเมื่อไร?”
เจียงเซี่ยนยิ้มพลางเอ่ยว่า “ไปแค่สองวัน พวกของตกแต่งก็ช่างเถอะ เอาของที่ใช้ในชีวิตประจำวันไปก็พอแล้ว จ่างจูบอกว่าจะเข้าวังตอนบ่ายยามโหย่วเพคะ หม่อมฉันว่ายังอีกหนึ่งชั่วยาม! หากจ่างจูเข้าวังมาก่อน นางในที่เฝ้าประตูเสินอู่จะมาบอกพวกเราเพคะ”
ไทฮองไทเฮาพยักหน้า ทุกคนคุยกันว่าภูเขาวั่นโซ่วมีตรงไหนน่าเที่ยวอ