วรจะใส่ใจกับแคว้นถึงจะถูก…”
จ้าวอี้โกรธจนมือสั่นตลอด และเอ่ยว่า “เจียหนานเป็นน้องสาวของข้า…”
หลังจากเขาว่าราชการด้วยตนเอง เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกตนเองว่า ‘ข้า’ ต่อหน้าไทฮองไทเฮา
เจียงเซี่ยนใจเต้นตึกตัก
นางกลัวว่าจ้าวอี้จะเป็นบ้าขึ้นมาและจะแต่งงานกับนางให้ได้
ทว่าในเมื่อเขาใส่ใจตนเองขนาดนี้ ชาติก่อนทำไมถึงไม่ไว้หน้าตนเองแบบนั้นเล่า?
เจียงเซี่ยนรู้สึกว่าจ้าวอี้ช่างไร้เหตุผลและสมองมีปัญหาอย่างสิ้นเชิง
แต่ไทฮองไทเฮากลับตะโกนเสียงดัง ขัดจังหวะคำพูดของจ้าวอี้ “ฝ่าบาทก็ทรงทราบว่าเจียหนานเป็นพระขนิษฐาของฝ่าบาท! ไว้จัดการเรื่องแต่งงานของเจียหนานเรียบร้อยแล้ว ก็ขอฝ่าบาทโปรดพระราชทานงานสมรสให้เจียหนานด้วย!”
สีหน้าของจ้าวอี้ยิ่งดูแย่ลง และเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม
ทว่าไทฮองไทเฮากลับไม่คิดจะยอมอ่อนข้อให้แม้แต่นิดเดียว และยังเอ่ยต่อว่า “ฝ่าบาท พวกเรายังอยู่ห่างจากภูเขาวั่นโซ่วอีกกี่ชั่วยามหรือ? หลังจากจ้าวสี่เกิดหม่อมฉันยังไม่เคยเจอเขาเลย ครั้งนี้ไปแล้ว หม่อมฉันต้องตั้งใจดูเจ้าเด็กคนนี้หน่อย พูดถึง…นี่ก็เป็นเหลนคนแรกของหม่อมฉันเลย!”
จ้าวอี้ได้ยินก็รู้สึกหดหู่และเซื่องซึมทันที
เจียงเซี่ยนฉวยโอกาสสลัดมือของจ้าวอี้ และยืนอยู่กับไป๋ซู่ที่รีบตามหลังเข้ามายืนอยู่ข้างหน้าต่างของเรือ
เสียงที่แฝงความเกรงขามเล็กน้อยของไทฮองไทเฮาดังขึ้นในห้องโดยสารบนเรือ “ฝ่าบาท ควรจะกลับไปที่ห้องโดยสารบนเรือของฝ่าบาทแล้ว ไท