ตระกูลจะเลือกอย่างไรแล้ว!”
เจียงเซี่ยนพยักหน้า พลางคิดว่าชาติก่อนนางก็แต่งงานวันที่สิบเดือนสาม แสดงว่าในสายตาของสำนักหอดูดาวหลวง วันที่สิบเดือนสามเป็นวันที่ดี
นางตัดสินใจย้ายสนรับแขกที่วางอยู่ในตำหนักหลักออกมาตากแดดด้วย
ขันทีที่ดูแลดอกไม้และต้นไม้ใจเต้นตุบๆ ตลอด
ถึงแม้วันนี้อากาศจะปลอดโปร่ง แต่อากาศก็ไม่ได้อุ่นไปกว่าหลายวันก่อน ดอกไม้และต้นไม้ถูกท่านหญิงย้ายไปย้ายมาเดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออกแบบนี้ หากไม่ระวังก็จะตายหมดเกลี้ยง ทว่านานๆ ทีท่านหญิงจะสนใจต้นไม้แบบนี้ ใครจะกล้าไปขัดนางเล่า?
เหล่าขันทีกระอักอยู่ในใจ พลางคิดว่าต้องคิดหาทางเตรียมสนรับแขกที่คล้ายกับในตำหนักของเจียงเซี่ยนสำรองไว้สักต้น
หากต้นที่อยู่ในตำหนักของเจียงเซี่ยนตายไป ก็ยังมีต้นนี้แทน
เจียงเซี่ยนเพียงแค่ชอบชมดอกไม้ใบหญ้าเท่านั้น ส่วนการเพาะเลี้ยงนั้นเป็นหน้าที่ของขันทีและนางกำนัลในวัง ไม่เกี่ยวกับนาง
นางรดน้ำให้สนรับแขกต้นนั้น ยังรู้ว่าน่าจะห้ามรดมากเกินไป จึงแค่ทำให้ดินในกระถางชื้นก็วางกาน้ำแล้ว
ขันทีซาบซึ้งใจจนน้ำตาแทบจะไหลออกมา
มีนางในเดินมาอย่างรวดเร็ว และบอกว่าขันทีหลิวจากท้องพระคลังขอพบ
หลี่เชียนอาจจะมีเรื่องอะไรให้เขามาบอกนาง
เจียงเซี่ยนคิดพลางรับผ้าร้อนที่นางในยื่นให้มาเช็ดมือ แล้วไปที่ตำหนักหลัก
หลิวชิงหมิงยังคงเหมือนเดิม เขาคารวะนางอย่างนอบน้อม และเอ่ยว่า “หลายวันก่อนข้าออกจากวังไปเดินเล่นที่ร้านขายของโบราณ เห็นกล