ไป๋ซู่ทำได้เพียงปลอบใจเจียงเซี่ยน “เจ้าก็ถือว่าเดินเล่นในอุทยานหลวงเป็นเพื่อนไทฮองไทเฮาอีกพักหนึ่งแล้วกัน อย่างไรนี่ก็ดีกว่าอยู่ในห้องอุ่นของวังฉือหนิงทุกวัน ปีนี้ไทฮองไทเฮายังไม่ได้ออกมาข้างนอกเลย”
นั่นก็ถูก
เจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่หลบอยู่ในมุมและซุบซิบคุยกัน ฮูหยินอันลู่โหวพาเติ้งเฉิงลู่มาคารวะไทฮองไทเฮา และเอ่ยว่า “งานเทศกาลโคมไฟปีนี้คึกคักจริงๆ หม่อมฉันจึงพาลูกชายของพวกเราออกมาข้างนอกเพคะ ตอนที่เดินถึงแม่น้ำหยกและสะพานเหนือถึงรู้ว่าไทฮองไทเฮาทอดพระเนตรโคมไฟอยู่ที่นี่ หม่อมฉันจึงมาโดยไม่ได้รับเชิญ จะพาลูกชายของพวกเรามาถวายบังคมไทฮองไทเฮาเพคะ”
เติ้งเฉิงลู่หน้าตาหล่อเหลา และไม่มีความขี้ขลาดเช่นตอนที่เจอเจียงเซี่ยนแล้ว เขายืนอยู่ตรงนั้นด้วยหน้าตาอ่อนโยน สง่างามมากเหมือนต้นหยก ก็เป็นหนุ่มรูปงามคนหนึ่งเช่นกัน
ไทฮองไทเฮาเห็นแล้วถูกชะตามาก นางจับมือของเติ้งเฉิงลู่และถามเรื่องการเรียนของเขา จึงรู้ว่าเขาผ่านการสอบขุนนางระดับเมืองซึ่งเป็นระดับแรกสุดแล้ว ทว่าเพราะต้องสืบทอดจวนอันลู่โหวจึงไม่เข้าร่วมการสอบขุนนาง[1]อีก พอเห็นสายตาของเขาก็ยิ่งพอใจ จนชมตลอดว่าฮูหยินอันลู่โหวสอนลูกเก่ง แถมยังให้เติ้งเฉิงลู่พาคุณหนูเติ้งน้องสาวไปเป็นแขกที่วังฉือหนิงเวลาที่ว่างด้วย “…ไป๋ซู่ออกจากวังแล้ว พวกเรามีคนไม่พอสำหรับวงไพ่ด้วยซ้ำ”
เติ้งเฉิงลู่ได้ยินก็นัยน์ตาเป็นประกาย และเอ่ยว่า “กระหม่อมไม่ทราบว่าไทฮองไทเฮากั