จ้าวอี้ทิ้งคำพูดเอาไว้และจากไป แต่ไทฮองไทเฮากลับไม่ได้นอนเกือบทั้งคืน เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นก็เชิญเจียงเจิ้นหยวนเข้าวัง โดยไม่มีเวลาสนใจว่าเป็นวันที่สองของเทศกาลปีใหม่ และบอกสิ่งที่จ้าวอี้พูดกับนางให้เจียงเจิ้นหยวนฟังตั้งแต่ต้นจนจบอย่างไม่มีตกหล่น
เจียงเจิ้นหยวนคาดไม่ถึงมาก่อน เขาคิดแล้วก็เอ่ยว่า “แม่นมฟางคลอดเมื่อไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ไทฮองไทเฮาไม่รู้ว่าเจียงเจิ้นหยวนถามถึงแม่นมนั่นทำไม ทว่านางเชื่อเจียงเจิ้นหยวนมาตลอด และฟังทุกคำพูดของเจียงเจิ้นหยวนอยู่ในใจ จึงพึมพำว่า “ข้ายังไม่รู้จริงๆ ว่านางคลอดเมื่อไร แต่เท่าที่ข้ารู้ น่าจะประมาณเดือนสอง”
เจียงเจิ้นหยวนเอ่ยว่า “การอภิเษกสมรสของฝ่าบาทต้องได้รับอนุญาตจากไทเฮา เวลานี้ไทเฮาจดจ่ออยู่กับแม่นมฟาง จึงไม่มีกะจิตกะใจจัดการเรื่องของฝ่าบาท ดังนั้นฝ่าบาทน่าจะเลือกฮองเฮาหลังจากแม่นมฟางคลอดลูกแล้ว กระหม่อมคาดว่าน่าจะระหว่างเดือนสามหรือเดือนสี่ พวกเราต้องให้เป่าหนิงแต่งงานก่อนหน้านี้”
ไทฮองไทเฮาไม่ค่อยเข้าใจนัก จึงเอ่ยอย่างงุนงงว่า “เกิดอะไรขึ้นกับคนสกุลเฉาหรือไม่?”
ก่อนหน้านี้ไม่ว่าอย่างไรเฉาไทเฮาก็ไม่มีทางอนุญาตให้จ้าวอี้แต่งงานกับเจียงเซี่ยน ทว่าสถานการณ์เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง เฉาไทเฮาต้องคิดเพื่อตนเอง ใครจะกล้ารับประกันว่าเฉาไทเฮาจะไม่ใช้เรื่องแต่งงานของเจียงเซี่ยนเป็นข้อต่อรองและเสนอสิ่งที่ตนเองต้องการกับฮ่องเต้
“เมื่อก่อนนางไม่ได้คิด