ไทเฮาได้ยินก็ขมวดคิ้ว
อ๋องเหลียวรีบเอ่ยว่า “กระหม่อมทราบเช่นกันว่าการยกน้องสาวที่เกิดจากอนุของตระกูลหวางเฟยเข้าจวนนั้นไม่เหมาะสม แต่ลูกยังเล็กมาก และหลายปีนี้กระหม่อมก็ไม่คิดที่จะแต่งงานใหม่ ดังนั้นจึงคิดวิธีนี้ แม้จะเสียเกียรติเล็กน้อย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นน้าของลูก วางใจกว่ามอบให้คนอื่นพ่ะย่ะค่ะ”
เจียงเซี่ยนนั่งอยู่ตรงนั้นและยิ้มเล็กน้อย แต่รอยยิ้มกลับไร้ชีวิตชีวา เหมือนสวมหน้ากากเอาไว้
ในความทรงจำของนาง หลังจากหวางเฟยของอ๋องเหลียวเสียชีวิต เขาก็ไม่แต่งงานใหม่อีกเลย และเขาก็มีเพียงลูกที่เกิดจากชายาเอกสองคนนี้
ทว่าชาตินี้กับชาติที่แล้วแตกต่างกันมาก
ชาติก่อนหลังจากเฉาไทเฮาสวรรคตได้ไม่นานอ๋องเหลียวก็กลับเหลียวตง แน่นอนว่าก็ไม่มีใครสนใจเรื่องแต่งงานของเขาเช่นกัน เวลานี้เขาถูกจ้าวอี้รั้งไว้ เรื่องการแต่งงานใหม่ของเขาจึงกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนแล้ว
เขาพูดแบบนี้ ต้องได้ยินข่าวลือในเมืองหลวงแล้วแน่ๆ จึงอาศัยโอกาสนี้ชี้แจงตนเอง!
เจียงเซี่ยนมองไปทางจ้าวอี้
จ้าวอี้สีหน้าไม่ค่อยดีนักอย่างที่คิดจริงๆ
เจียงเซี่ยนรู้สึกว่าน่าขำเล็กน้อย
จ้าวอี้เป็นคนที่ชอบทำตรงข้ามกับคนอื่น
หากอ๋องเหลียวไม่เอ่ยเรื่องนี้ เกรงว่าเขาคงจะไม่ได้คิดที่จะพระราชทานงานสมรสให้อ๋องเหลียวด้วยซ้ำ เวลานี้เขายังไม่ได้เอ่ยปากก็ถูกอ๋องเหลียวปฏิเสธทางอ้อมแล้ว ยังไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น?
เจียงเซี่ยนก้มหน้าดื่มชา แล้วก็ได้ยินไ