คนทั่วไปแต่งงานก็จะขอให้คนที่สนิทกับอีกฝ่ายไปลองสอบถามความเห็น หากทั้งสองฝ่ายต่างคิดเช่นเดียวกัน ถึงจะขอให้ผู้อาวุโสที่มีชื่อเสียงหรือคนที่มีวาสนาครอบครัวสมบูรณ์พาแม่สื่อไปสู่ขออย่างเป็นทางการ แล้วทำนายดวงชะตาว่าทั้งสองฝ่ายดวงสมพงศ์กันหรือไม่ และให้คนไปส่งจดหมายถามชื่อกับวันเดือนปีและเวลาเกิดของฝ่ายหญิงที่บ้านของฝ่ายหญิงอย่างพอเป็นพิธี หลังจากนั้นฝ่ายชายส่งสินสอดให้ฝ่ายหญิง
เฉาไทเฮาขอให้ฮูหยินเหยียนนำวันเดือนปีและเวลาเกิดของเฉาเซวียนไปสู่ขอเลยแบบนี้ ก็เท่ากับจะบังคับให้แต่งงานแล้ว
ไทฮองไทเฮากับไทฮองไท่เฟ่ยต่างสีหน้าเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก
“ราชเลขาธิการเหยียนจะเกษียณไม่ใช่หรือ?” ไทฮองไท่เฟยหน้านิ่งดุจสายน้ำ พลางเอ่ยว่า “ทำไมเขาถึงมายุ่งเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตนเองพวกนี้ได้?”
ฮูหยินเป่ยติ้งโหวส่ายหน้าอย่างงุนงง และเอ่ยว่า “ราชเลขาธิการเหยียนยังไม่เกษียณเจ้าค่ะ…และถึงเขาจะเกษียณ มีใครไม่รู้บ้างว่าเขาเป็นขุนนางคนสนิทของเฉาไทเฮา ช่วยเฉาไทเฮาทำงานทั้งเรื่องน้อยเรื่องใหญ่ ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกับการกระโดดออกมาประจบเฉาไทเฮาตอนที่เฉาไทเฮาตกอับ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องทำให้ถึงที่สุด และรักษาชื่อเสียงขุนนางผู้ซื่อสัตย์ของเขาไว้ให้ได้”
นี่ก็ยุ่งยากแล้ว!
ไทฮองไท่เฟยไม่มีความเห็นใดให้กับเรื่องนี้ นางมองไทฮองไทเฮาอย่างไม่พอใจ และเอ่ยว่า “คนสกุลเฉาจะทำอะไรกันแน่? นางไม่รู้หรือว่าหม่อมฉันไม่คิดคุยกับนางอีกแล้วช