กเราจึงไปที่จวนเจิ้นกั๋วกงแต่เช้าแล้ว…”
“เช่นนั้นก็ดี” ไทฮองไทเฮาได้ยินก็สบายใจมากขึ้นเช่นกัน และเอ่ยว่า “เจิ้นกั๋วกงเป็นคนที่จริงใจที่สุดแล้ว เจ้าวางใจเถอะ”
ฮูหยินเป่ยติ้งโหวถอนหายใจยาวเหยียด ดวงตาแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง และเอ่ยว่า “หม่อมฉันไม่ขอสิ่งอื่นเช่นกัน หวังเพียงว่าจ่างจูจะได้แต่งงานกับคนที่ให้เกียรตินาง”
ความนัยที่แฝงในนั้นคือ จวนเป่ยติ้งโหวก็ไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับจวนจิ้นอันโหวเสมอไปเช่นกัน หลักๆ ยังคงดูที่คนที่แต่งงานด้วยจะรักและดีกับไป๋ซู่หรือไม่
ไทฮองไทเฮาพยักหน้าอย่างเข้าใจ และให้ฮูหยินเป่ยติ้งโหวอยู่รับประทานอาหารเที่ยง
ไม่นานข่าวก็แพร่ไปถึงตำหนักตงซานและตำหนักซีซาน
ไป๋ซู่ไปทักทายมารดาของตนเองตามธรรมเนียม แต่เจียงเซี่ยนกลับนอนครุ่นคิดอยู่เงียบๆ คนเดียวบนเตียง
นึกไม่ถึงว่าเฉาไทเฮาจะตัดสินใจให้เฉาเซวียนแต่งงานกับไป๋ซู่เร็วขนาดนี้
จะเห็นได้ว่าหลี่เชียนทำได้ไม่เลวทีเดียว
นางแค่นึกไม่ถึงเล็กน้อยว่าเวลานี้ราชเลขาธิการเหยียนยังจะกล้าออกหน้าแทนตระกูลเฉา
ชาติก่อนนางไม่ได้สนิทสนมกับราชเลขาธิการเหยียนนัก เพียงแค่ได้ยินเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและขันทีตำหนิคนๆ นี้ว่าเขาขี้ขลาดและไร้ความสามารถ ได้เลื่อนตำแหน่งเพราะประจบเฉาไทเฮา โจมตีคนที่เห็นต่าง เป็นเหมือนสุนัขเชื่องๆ ที่เฉาไทเฮาเลี้ยงไว้ใช้งาน ไม่ได้มีความดีความชอบต่อบ้านเมืองแม้แต่น้อย
จะเห็นได้ว่าชนะเป็นเจ้า แพ้เป็นโจร หนังสือประวัติ